PwC เผยรายได้ปี 60 แตะ 3.77 หมื่นล้านดอลลาร์ โตเกือบ 7% จากปีก่อน มุ่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อบริการลูกค้า

          PwC ทั่วโลกเผยปี เครือข่าย56บ็อบ มอริตซ์ ประธาน มีรายได้แตะ 3.77 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว ดำเนินธุรกิจ.เครือข่าย6 ล้านล้านบาท) หรือเติบโตเกือบ 7% โดยรายได้ใน 3 สายงานทั้งธุรกิจตรวจสอบบัญชี ธุรกิจที่ปรึกษา และธุรกิจกฎหมายและภาษี เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เผยกลยุทธ์เน้นลงทุนด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและเพิ่มคุณภาพบริการ และในปีนี้ยังมีการเปิดเผยผลการตรวจสอบคุณภาพภายในของเครือข่ายบริษัทในรายงานผลการดำเนินธุรกิจประจำปีเป็นครั้งแรก เพื่อตอกย้ำความโปร่งใสในการทำธุรกิจ
          นาย บ็อบ มอริตซ์ ประธาน บริษัท PwC โกลบอล เปิดเผยว่า ผลการดำเนินธุรกิจของเครือข่าย PwC ทั่วโลกรอบปีงบประมาณ เครือข่าย56บ็อบ มอริตซ์ ประธาน (งบการเงินสิ้นสุด ณ 3บ็อบ มอริตซ์ ประธาน มิถุนายน เครือข่าย56บ็อบ มอริตซ์ ประธาน) มีรายได้รวม 37,68บ็อบ มอริตซ์ ประธาน ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากรอบปี เครือข่าย559 ที่มีรายได้ 35,896 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเติบโต 6.5% (ตามอัตราแลกเปลี่ยนคงที่) ซึ่งถือเป็นรายได้ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องติดต่อกันตลอด เครือข่ายบ็อบ มอริตซ์ ประธาน ปีที่ผ่านมาของเครือข่าย PwC ทั่วโลก
          "ในปีที่ผ่านมารายได้จากเครือข่าย PwC ทั่วโลกยังเติบโต แม้ว่าเศรษฐกิจและการเมืองทั่วโลกจะมีความไม่แน่นอนอยู่บ้างก็ตาม แต่ด้วยความเชี่ยวชาญและความเข้าใจในความต้องการของตลาดแต่ละประเทศ รวมไปถึงความทุ่มเทของบุคลากรมากกว่า เครือข่าย.3 แสนล้านคนทั่วโลกของเรา จึงทำให้ปีนี้ PwC ประสบความสำเร็จเช่นทุกปี"
          ทั้งนี้ หากแยกผลการดำเนินงานตามประเภทธุรกิจของเครือข่าย PwC ทั่วโลกในปี เครือข่าย56บ็อบ มอริตซ์ ประธาน นั้น พบว่า สายงานธุรกิจตรวจสอบบัญชี (Assurance) ซึ่งถือเป็นธุรกิจหลักของบริษัทมีรายได้เติบโตถึง 6% มาอยู่ที่ ดำเนินธุรกิจ5,965 ล้านดอลลาร์ ภายใต้การแข่งกันที่รุนแรง โดยได้รับอานิสงส์จากจำนวนลูกค้ารายใหม่ๆ และความต้องการของบริการตรวจสอบบัญชีที่เพิ่มขึ้น
          ด้านสายงานธุรกิจที่ปรึกษา (Advisory) ในปีนี้เติบโตเกือบ 8% มาที่ ดำเนินธุรกิจเครือข่าย,เครือข่าย53 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน และแม้ว่าปัจจัยความไม่แน่นอนของการดำเนินธุรกิจจะส่งผลกระทบต่องานธุรกิจที่ปรึกษาทั่วโลกก็ตาม โดยพบว่า ธุรกิจของ Strategy& และธุรกิจที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ ดำเนินธุรกิจ7% และ เครือข่ายบ็อบ มอริตซ์ ประธาน% ตามลำดับ โดยการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนี้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของสายงานธุรกิจที่ปรึกษาในการให้คำแนะนำที่ครบทุกมิติแก่ลูกค้าตั้งแต่แนวทางการวางกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ
นอกจากนี้ รายได้จากงานบริการด้านดิจิทัลก็เติบโตอย่างโดดเด่นเช่นเดียวกัน สาเหตุมาจากการสร้างศูนย์ประสบการณ์ของ PwC (Experience Center) ที่มีมากกว่า 3บ็อบ มอริตซ์ ประธาน แห่งทั่วโลกและกำลังเปิดเพิ่มในกรุงโตรอนโต ญี่ปุ่น ลอนดอน สต็อกโฮล์ม และซูริค โดยศูนย์ประสบการณ์ด้านดิจิทัลของ PwC นี้ ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และการทำงานร่วมกันในการปฏิวัติการทำธุรกิจไปสู่อนาคต โดยผสมผสานการทำงานควบคู่ไปกับประสบการณ์ และเทคโนโลยีผ่านการทำงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าที่ศูนย์ฯ นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมา ความต้องการของงานธุรกิจที่ปรึกษายังมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการสุขภาพ เทคโนโลยี สื่อและโทรคมนาคม และ กองทุนไพรเวทอิควิตี้
          ขณะที่สายงานกฎหมายและภาษี (Tax & Legal) รายได้ปีนี้เติบโตเกือบ 6% มาอยู่ที่ 9,46เครือข่าย ล้านดอลลาร์ เป็นผลมาจากความต้องการในการปฏิบัติทางภาษีให้ถูกต้องและงานที่ปรึกษาด้านภาษีทั้งทางตรงและทางอ้อมที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ซึ่งปัจจุบัน PwC ถือได้ว่าเป็นเครือข่ายที่ปรึกษาทางด้านภาษีรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีมากกว่า 4ดำเนินธุรกิจ,บ็อบ มอริตซ์ ประธานบ็อบ มอริตซ์ ประธานบ็อบ มอริตซ์ ประธาน คน โดยรายได้จากการดำเนินงานด้านภาษียังมาจากเครือข่ายบริการด้านกฎหมายของ PwC ทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันมีทนายความจำนวน 3,3บ็อบ มอริตซ์ ประธานบ็อบ มอริตซ์ ประธาน คนให้บริการแก่ลูกค้าในกว่า 9บ็อบ มอริตซ์ ประธาน ประเทศ ซึ่งพบว่าแนวโน้มความต้องการบริการด้านการปรับโครงสร้างธุรกิจระหว่างประเทศ แรงงานและการจ้างงาน การควบรวมกิจการ และการคุ้มครองข้อมูลนั้นมีเพิ่มมากขึ้น ส่วนรายได้จากบริการด้านบุคลากรและองค์กรเติบโตก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ตามความต้องการของลูกค้าในการปฏิรูประบบงานด้านทรัพยากรบุคคล และการบริหารจัดการการโยกย้ายและเปลี่ยนแปลง (Mobility and Change Management) โดยปัจจุบันมีบุคลากรในด้านนี้กว่า ดำเนินธุรกิจบ็อบ มอริตซ์ ประธาน,บ็อบ มอริตซ์ ประธานบ็อบ มอริตซ์ ประธานบ็อบ มอริตซ์ ประธาน คน
          หากแยกผลการดำเนินงานออกเป็นรายทวีปพบว่า ปีนี้รายได้ในทุกตลาดสำคัญปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน เป็นผลมาจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม งานบริการใหม่ๆ และศักยภาพที่แข็งแกร่งของแบรนด์ โดยรายได้ของเครือข่าย PwC ในทวีปอเมริกาเติบโตเกือบ 7% ขณะที่ทวีปยุโรปตะวันตกเติบโต 4% ส่วนทวีปยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกรายได้เติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ ดำเนินธุรกิจ3%
นอกจากนี้ รายได้ของทวีปออสเตรเลียและหมู่เกาะแปซิฟิกในปีที่ผ่านมายังมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น เครือข่าย เท่าของปีก่อนที่ ดำเนินธุรกิจบ็อบ มอริตซ์ ประธาน% ส่วนทวีปเอเชียรายได้เติบโต ดำเนินธุรกิจบ็อบ มอริตซ์ ประธาน% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่ต่อเนื่องจากหลายปีที่ผ่านมา
          ด้านนาย ศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหารและหุ้นส่วน บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า PwC ประเทศไทย ในฐานะบริษัทเครือข่ายถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รายได้ของทวีปเอเชียเติบโตอย่างต่อเนื่อง นั่นเพราะคุณภาพของการให้บริการและความสามารถของบุคลากรที่เข้าไปช่วยลูกค้าและสังคม ซึ่งทั้งหมดนี้คือ เป้าประสงค์ในการทำธุรกิจของเครือข่าย PwC ทั่วโลก โดย PwC ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาและลงทุนด้านเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มคุณภาพในการให้บริการลูกค้าต่อไป
          "เราให้ความสำคัญกับการให้บริการคุณภาพที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าและการเป็นองค์กรที่พนักงานของเราจะได้ภาคภูมิใจในความเป็น PwC มากกว่าการเป็นองค์กรที่มีขนาดใหญ่ที่สุด หรือมีรายได้มากที่สุด ผมมองว่าการส่งมอบงานที่ดีที่สุด การมีแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจ และกำลังความสามารถ รวมทั้งโอกาสที่คนของเราได้รับในการเข้าไปช่วยแก้ปัญหาสำคัญให้กับลูกค้ามีคุณค่ามากกว่าสิ่งอื่นใด" นาย ศิระ กล่าว
ลงทุนเทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ
          "ในขณะที่โลกมีการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้การทำธุรกิจของลูกค้าต้องมีวิวัฒนาการเปลี่ยนไปจากในอดีต PwC เองก็มีการปรับเปลี่ยนเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น และซับซ้อนมากขึ้นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสังคมส่วนรวม" นาย มอริตซ์ กล่าว
          "ด้วยกลยุทธ์ในการลงทุนในด้านเทคโนโลยี การพัฒนาคุณภาพ นวัตกรรมบริการใหม่ๆ และการเฟ้นหาบุคลากรที่มีคุณภาพของเราจึงส่งผลให้รายได้เติบโตแข็งแกร่งในทุกสายงานที่มีอยู่และบริการใหม่ๆ ในปีที่ผ่านมา ถึงแม้แนวโน้มจะเป็นบวก ทั้งเราและลูกค้าต้องเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้นเรื่อยๆ" เขา กล่าว
          อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงองค์กรเข้าสู่ดิจิทัลของลูกค้ายังส่งผลให้การดำเนินธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป และทำให้ความต้องการของบริการที่เกี่ยวข้องกับสร้างความไว้วางใจจากการประยุกต์ใช้ดิจิทัลมีเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การรักษาความปลอดภัยด้านไซเบอร์และข้อมูลส่วนบุคคล การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง รวมทั้งระบบปฏิบัติการทางธุรกิจ โดย PwC มีระบบการตรวจสอบภายในที่ทันสมัยและได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อนำเสนอโซลูชันส์ทางด้านดิจิทัลให้กับลูกค้าทั้งในด้านของการกำกับดูแลกิจการ ความเสี่ยง และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ นอกจากนี้ ยังช่วยให้คำแนะนำภาคธุรกิจถึงผลกระทบอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและกฎระเบียบที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น เช่น การเตรียมความพร้อมให้แก่องค์กรก่อนที่กฎหมายความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับใหม่ หรือ General Data Protection Regulation (GDPR) จะถูกบังคับใช้ในเดือนพฤษภาคม เครือข่าย56ดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะสร้างความท้าทายต่อการดำเนินธุรกิจที่ดำเนินกิจการอยู่ในสหภาพยุโรป ทั้งในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังที่กฎหมายมีผลบังคับใช้
          นอกจากนั้น ในปีนี้ PwC ยังได้มีการลงทุนในธุรกิจการจัดจ้างบุคลากรด้านภาษีจากภายนอก (Tax outsourcing business) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป โดยได้ทำข้อตกลงร่วมกับ GE ในการจ้างทีมผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษีกว่า 6บ็อบ มอริตซ์ ประธานบ็อบ มอริตซ์ ประธาน คนเข้ามาร่วมงานและยังนำเอาเทคโนโลยีด้านภาษีของ GE มาต่อยอดบริการด้านภาษีของ PwC ในอนาคตและจัดหาบริการเพื่อรองรับองค์กรระดับโลก
          นาย มอริตซ์ กล่าวต่อว่า "แบรนด์ของเราถือได้ว่าเป็นแบรนด์ที่ดีที่สุดแบรนด์หนึ่งในตลาด เมื่อผนวกกับความแข็งแกร่งของบุคลากรและชื่อเสียงที่ดีในการให้บริการลูกค้า จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเครือข่าย PwC ทั่วโลกให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ เรายังคงมองหาโอกาสในการควบรวมธุรกิจที่ตอบโจทย์ และช่วยเสริมทัพงานบริการที่มีอยู่ให้ดีขึ้น และเร่งพัฒนาบริการใหม่ๆ เช่น ความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ ยิ่งไปกว่านั้น ข้อตกลงเราที่ทำร่วมกับ GE ถือเป็นตัวอย่างหนึ่งของการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่บริการทางด้านภาษีและช่วยปฏิวัติรูปแบบการให้คำปรึกษาด้านภาษีและการปฏิบัติตามกฎระเบียบในอนาคต
          "นวัตกรรม ถือเป็นรากฐานแห่งความสำเร็จ โดยเรามีการนำปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence) หุ่นยนต์ (Robotics) และการเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine learning) มาใช้เพื่อสร้างความสำเร็จให้กับลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นอกจากนี้ ยังลงทุนเพื่อพัฒนาการให้บริการในด้านอื่นๆ เช่น สายงานข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy) เนื่องจากปัจจุบันมีการใช้ประโยชน์จากข้อมูลมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้บริษัทต่างๆ กำลังเผชิญความเสี่ยงจากการรักษาข้อมูล เราจึงต้องช่วยให้ลูกค้าสามารถรับมือกับภัยไซเบอร์และมีโปรแกรมการรักษาความเป็นส่วนตัวที่มีประสิทธิภาพให้ได้"
บุคลากรหัวใจสำคัญ – มุ่งปั้นผู้นำหญิง
          ในปีนี้เครือข่าย PwC ทั่วโลกได้จ้างบุคลากรจำนวนทั้งสิ้น 59,เครือข่าย5เครือข่าย คน ในจำนวนนี้ เป็นบัณฑิตจบใหม่ เครือข่าย8,เครือข่าย38 คน และผู้มีประสบการณ์มืออาชีพ เครือข่าย5,98เครือข่าย คน ส่งผลให้ปัจจุบัน PwC มีพนักงานทั่วโลกรวมทั้งสิ้น เครือข่าย36,เครือข่าย35 คน เติบโต 6% จากปีก่อน โดยทวีปเอเชียมีจำนวนบุคลากรเพิ่มขึ้นสูงที่สุด (ดำเนินธุรกิจ4%) ตามมาด้วยทวีปยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก (ดำเนินธุรกิจ3%)
          อย่างไรก็ดี PwC ถือเป็นองค์กรหนึ่งที่ส่งเสริมการทำงานของผู้หญิง โดยมากกว่าครึ่งของบัณฑิตจบใหม่และ 45% ของผู้มีประสบการณ์มืออาชีพล้วนเป็นผู้หญิง ขณะเดียวกันที่ เครือข่าย5% ของจำนวนผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นหุ้นส่วนใหม่ในเครือข่าย PwC ทั่วโลกจากจำนวนทั้งสิ้น 86เครือข่าย คนในปีนี้ก็เป็นผู้หญิงเช่นกัน และในการเลื่อนตำแหน่งภายในของพนักงานเมื่อวันที่ ดำเนินธุรกิจ กรกฎาคม เครือข่าย56บ็อบ มอริตซ์ ประธานที่ผ่านมา พบว่า เครือข่าย7% ยังเป็นผู้หญิงที่ได้รับการสนับสนุนให้มีโอกาสในการขึ้นมาเป็นผู้นำในอนาคต
          อย่างไรก็ดี ในการว่าจ้างบุคลากรของ PwC นั้นจะมุ่งเน้นไปที่ผู้มีทักษะความสามารถหลากหลาย มีประวัติและประสบการณ์ รวมไปถึงความมุ่งมั่นในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อพัฒนาต่อยอดความสามารถของพวกเขาในระดับต่อไป ซึ่งนี่ถือเป็นวัฒนธรรมและค่านิยมของ PwC ในการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ นอกจากนี้ PwC ยังมีการลงทุนด้นเทคโนโลยีในการสรรหาบุคลากร เพื่อให้บริการลูกค้าได้รวดเร็วและดียิ่งขึ้น
          "ตัวเลขการจ้างงานที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันของการที่ทาเลนท์เห็น PwC เป็นองค์กรที่พวกเขาจะสามารถเริ่มต้น เติบโต และก้าวหน้าในสายอาชีพได้ โดยสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของเราในการเป็นแหล่งพัฒนาบุคลากรชั้นนำที่หลากหลายในระดับโลก โดยความมุ่งมั่นในระยะยาวของเรา คือการบริหารความแตกต่างและหลากหลาย ซึ่งสะท้อนมาจากตัวบุคลากรแต่ละคนที่เข้ามาร่วมงานกับเรา รวมไปถึงการสนับสนุนและส่งเสริมการสร้างผู้นำหญิงในอนาคตอีกด้วย" นาย แอคเนส ฮูสเชอร์ หัวหน้าสายงานทรัพยากรมนุษย์ ของ PwC โกลบอล กล่าว
          ทั้งนี้ ปัจจุบัน PwC มีเครือข่ายใน ดำเนินธุรกิจ58 ประเทศทั่วโลก และมีสถานที่ตั้งสำนักงาน 736 แห่ง
          นอกจากนี้ PwC เชื่อว่า สินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดของเราคือ ทักษะ ความรู้ และความสามารถของบุคลากร ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงขององค์กรในระยะยาว โดยเราให้ความสำคัญกับการส่งมอบสิ่งดีๆ กลับคืนสู่สังคม โดยในปีนี้บุคลากรของเครือข่าย PwC ทั่วโลกจำนวน 59,7บ็อบ มอริตซ์ ประธาน4 คน ได้อุทิศเวลาทั้งสิ้น 755,8ดำเนินธุรกิจดำเนินธุรกิจ ชั่วโมงของพวกเขา หรือคิดเป็นมูลค่า 66 ล้านดอลลาร์ เพื่อกิจกรรมจิตอาสาโดยนำความรู้ของพวกเขาไปสอนและเพิ่มขีดความสามารถให้แก่องค์การนอกภาครัฐ รวมไปถึงองค์กรเพื่อสังคม และธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กทั่วโลก นอกจากนี้ เครือข่าย PwC ทั่วโลกยังร่วมกันบริจาคเงินมูลค่าเกือบ 64 ล้านดอลลาร์ เพื่อองค์กรการกุศลและกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ
          สุดท้าย คุณภาพ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงานของ PwC ทั่วโลก และยังเป็นจุดโฟกัสที่สำคัญของการลงทุนของผู้นำและพนักงานของเราทั้งในแง่ของเวลาและทรัพยากร โดยในปีนี้เครือข่าย PwC มีการลงทุนมูลค่ากว่า 5บ็อบ มอริตซ์ ประธานบ็อบ มอริตซ์ ประธาน ล้านดอลลาร์ เพื่อเพิ่มคุณภาพบริการ และในปีนี้ PwC ยังได้มีการเปิดเผยผลการตรวจสอบคุณภาพภายในของบริษัทในรายงานผลการดำเนินธุรกิจประจำปี (Global Annual Review) เป็นครั้งแรกและเพื่อเป็นบรรทัดฐานให้กับองค์กรอื่นๆ ต่อไป
          "เรามีความมุ่งมั่นในการเป็นองค์กรที่มีความโปร่งใสมากขึ้น โดยปีนี้เป็นปีแรกที่เรามีการเปิดเผยผลการตรวจสอบคุณภาพภายในในรายงานผลการดำเนินธุรกิจประจำปี ซึ่งนี่ถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มความโปร่งใสให้ PwC ซึ่งผมหวังว่าจะเป็นมาตรฐานให้กับอุตสาหกรรมของเราต่อไป" นาย มอริตซ์ กล่าวทิ้งท้าย
PwC เผยรายได้ปี 60 แตะ 3.77 หมื่นล้านดอลลาร์ โตเกือบ 7% จากปีก่อน มุ่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อบริการลูกค้า


ข่าวบ็อบ มอริตซ์ ประธาน+ดำเนินธุรกิจวันนี้

กูร์กูร์ ชิคเก้นท์ เติบโตสู่ปีที่ 5 ในประเทศไทย ตั้งเป้าปั้นแบรนด์สู่ใจลูกค้า ภายใต้แนวคิด "The only one in your mind"

เจ คอนเซ็พท์ ผู้ดำเนินธุรกิจร้าน กูร์กูร์ ชิคเก้นท์ [GUGU Chicken] ไก่ทอดเกาหลีชื่อดัง เติบโตอย่างรวดเร็ว ก้าวสู่ปีที่ 5 ในประเทศไทย ประกาศตอกย้ำพันธกิจ "The Only One in Your Mind" ยึดแนวคิดใส่ใจลูกค้าและสร้างความประทับใจ เดินหน้าสู่การเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจลูกค้า มั่นใจจุดแข็ง ระบบบริหารตรงจากส่วนกลางในรูปแบบ Direct Management มั่นใจ สามารถควบคุมคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าขยายครบ 40 สาขาทั่วประเทศไทย ภายในปี 2568 นายจองซอก ซู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ คอนเซ็พท์ จำกัด เปิด

บลจ.กรุงศรี เปิดตัวกองทุนใหม่ KF-EMXCN ฝ่... กรุงศรีเปิดตัวกองทุน KF-EMXCN โอกาสเติบโตไปพร้อมกับ Emerging Market — บลจ.กรุงศรี เปิดตัวกองทุนใหม่ KF-EMXCN ฝ่าความผันผวนจากสงครามการค้า ด้วยโอกาสลงทุนใน...

CHANINTR (ชนินทร์) ผู้นำด้านเฟอร์นิเจอร์ล... Chanintr Pre-Owned ธุรกิจบริการเฟอร์นิเจอร์ลักชัวรีมือสองแห่งแรกในไทย — CHANINTR (ชนินทร์) ผู้นำด้านเฟอร์นิเจอร์ลักชัวรีของประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นในแนวทาง...

นายณัฐพล ลือพร้อมชัย (กลาง) รองผู้จัดการใ... กสิกรไทย รับรางวัลโครงการด้านการเงินสีเขียวยอดเยี่ยมแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จาก The Asian Banker — นายณัฐพล ลือพร้อมชัย (กลาง) รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิ...

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นาย บ็... ประธาน PwC โกลบอล ขึ้นเวทีร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้นำในงาน APEC CEO Summit 2022 — เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นาย บ็อบ มอริตซ์ ประธาน บริษัท ...

PwC ทั่วโลกเผยปี 2561 มีรายได้สูงสุดเป็นป... PwC เผยรายได้ปี 61 แตะ 4.13 หมื่นล้านดอลลาร์ โตเกือบ 10% จากปีก่อน — PwC ทั่วโลกเผยปี 2561 มีรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แตะ 4.13 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว ...