ไทยพัฒนาวัคซีนต้นแบบโรคไข้เลือดออกได้สำเร็จแล้ว
กรุงเทพฯ--8 ส.ค.--โฟร์ พี แอดส์
นักวิจัย ม.มหิดล เผย!!ไทยสามารถพัฒนาวัคซีนต้นแบบป้องกันโรคไข้เลือดออกได้สำเร็จแล้ว เสียแต่ยังไม่มีโรงงานผลิตวัคซีนทดสอบเป็นของตัวเอง จึงจำเป็นต้องร่วมทุนกับญี่ปุ่นและอินเดีย เพื่อต่อยอดไปสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม ย้ำ!หากไทยจะก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านวัคซีนในอาเซียน รัฐบาลและผู้นำประเทศต้องเห็นความสำคัญของงานวิจัยด้านวัคซีน ต้องให้การสนับสนุนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
รศ.ดร.นพ.สุธี ยกส้าน หัวหน้าหน่วยศูนย์วิจัยและพัฒนาวัคซีน มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวในการประชุมวิชาการวัคซีนแห่งชาติ ครั้งที่ 5 ซึ่งสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ รัชดา กรุงเทพฯ ในหัวข้อ "การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคและการวิจัยพัฒนาวัคซีนในทศวรรษหน้า : การเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน” ว่ามหาวิทยาลัยมหิดลได้ทำการพัฒนาวัคซีนไข้เลือดออกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2524 เป็นวัคซีนต้นแบบของเชื้อไวรัสเดงกี่ทั้ง 4 สายพันธุ์ ซึ่งได้ผ่านกระบวนการทดลองในห้องปฏิบัติการ ในหลอดทดลอง สัตว์ทดลองโดยวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกชุดนี้ถือว่าเป็นวัคซีนต้นแบบชุดแรกที่พบว่าได้ผลดี มีความปลอดภัยสูง
แต่หลังจากที่เราสามารถพัฒนาวัคซีนต้นแบบได้สำเร็จ กลับพบปัญหาที่เกิดขึ้นคือประเทศไทยยังไม่มีโรงงานผลิตวัคซีนทดสอบที่ได้มาตรฐานตามหลักจีเอ็มพี ดังนั้นเพื่อมิให้งานวิจัยเรื่องดังกล่าวเป็นการสูญเปล่าทางวิชาการ จึงจำเป็นต้องร่วมมือกับบริษัทยาแห่งหนึ่งในประเทศเพื่อต่อยอดวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก แต่ปรากฏว่าต้องยกเลิกการวิจัยดังกล่าวออกไป เนื่องจากต้องใช้เวลานาน ผลตอบแทนที่ได้กับบริษัทผู้ผลิตไม่สมดุลกัน แต่ก็นับว่ายังโชคดีที่บริษัทในประเทศญี่ปุ่นและอินเดียได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้ เพราะเห็นว่าโรคไข้เลือดออกยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศในเขตภูมิภาคอาเซียนที่ต้องได้รับความสนใจในการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง จึงทำให้เกิดการร่วมมือในการผลิตวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกขึ้นมา
“บางคนอาจมองว่าเราขายองค์ความรู้ให้กับต่างชาติ ซึ่งในความเป็นจริงมันไม่ใช่การขายชาติ เมื่อประเทศไทยยังไม่พร้อมในการผลิต ก็ต้องนำความรู้ที่มีไปให้กับประเทศที่มีความพร้อมกว่า เพื่อไม่ให้งานวิจัยที่ทำมาด้วยความยากลำบากต้องไปอยู่บนหิ้งเพียงอย่างเดียว และการร่วมมือในครั้งนี้ก็ได้มีข้อตกลงต่างๆที่จะไม่ทำให้ประเทศไทยเสียผลประโยชน์ หากเมื่อใดที่ประเทศไทยพร้อมและสามารถผลิตวัคซีนเองได้ ก็สามามรถนำงานวิจัยไปใช้ได้ทันที อย่างไรก็ตามคาดว่า กว่าการพัฒนาวัคซีนไข้เลือดออกสำเร็จและสามารถผลิตออกจำหน่ายได้ คงต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 6-8 ปีขึ้นไป”
รศ.ดร.นพ.สุธี กล่าวต่ออีกว่าเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านจะเห็นว่าขณะนี้ ทั้งอินโดนีเซีย เวียดนาม อินเดีย สิงคโปร์ ต่างก็มีโรงงานวัคซีนเป็นของตัวเอง เกิดขึ้นแยกจากโรงงานผลิตยา อีกทั้งยังรับจ้างผลิตวัคซีนส่งขายในต่างประเทศด้วย ขณะที่ฟิลิปปินส์โรงงานวัคซีนก็กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ หากประเทศไทยมีโรงงานวัคซีนเป็นของตัวเองบ้าง คงเป็นเรื่องที่ดีที่จะช่วยเสริมศักยภาพการผลิตวัคซีนของไทยให้เทียบกับนานาชาติได้
การที่ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่การเป็นผู้นำด้านวัคซีนในภูมิภาคอาเซียนได้นั้น นอกจากจะมีบุคลากรด้านวัคซีนที่มีคุณภาพแล้ว ประเทศไทยจะต้องมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลเหมือนเหยี่ยว และต้องมีการสนับสนุนงบประมาณการวิจัยด้านวัคซีนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพราะการวิจัยด้านวัคซีนนั้นเป็นงานที่ต้องใช้เวลานานและต้องทำอย่างต่อเนื่อง เป็นงานที่เห็นผลช้าและเมื่อผลิตในรูปแบบอุตสาหกรรมแล้วมักจะถูกมองว่าผลตอบแทนที่ได้น้อยและไม่คุ้มค่า หรือเห็นผลเร็วเหมือนกับการผลิตยาขาย จึงทำให้บริษัทยาต่างๆที่มีความสามารถไม่เห็นความสำคัญของการผลิตวัคซีน./ รศ.ดร.นพ.สุธี กล่าวทิ้งท้าย
-กผ-
สามารถคลิกดูภาพประกอบได้ที่ www.thaipr.net
สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน)ในกำกับกระทรวงสาธารณสุข จัดประชุมวิชาการวัคซีนแห่งชาติครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 7-9 กรกฎาคม 2558 ภายใต้แนวคิด"ความมั่นคงด้านวัคซีน ความจริง หรือ ความฝัน" เผย!! แม้งานด้านวัคซีนของประเทศจะก้าวหน้าไปในหลายประเด็น แต่องค์ความรู้และข้อมูลด้านวัควัคซีนมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง การสร้างความมั่งคงด้านวัคซีนจะต้องได้รับความร่วมมือจากฝ่ายเกี่ยวข้องอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศพึ่งตนเองได้ด้านวัคซีน ประชาชนสามารถเข้าถึงการป้องกันโรคด้วยวัคซีนที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง
โรคไข้หวัดใหญ่อาจจะฟังดูธรรมดา แต่เวลาป่วยขึ้นมาอาจแย่ได้เหมือนกัน โดยเฉพาะกับกลุ่มเสี่ยงอย่างผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หากไม่ดูแลตัวเอง ปล่อยให้เป็นไข้หวัดใหญ่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงเป็นอันตรายทั้งต่อแม่และลูกในครรภ์จนถึงขั้นเสียชีวิต...
ในการประชุมวิชาการวัคซีนแห่งชาติ ครั้งที่ 5 ที่ผ่านมาภายใต้หัวข้อ “การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคและการวิจัยพัฒนาวัคซีนในทศรรษหน้า : การเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน” ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ รัชดา กรุงเทพฯ มีผู้สนใจจากหน่วยงานต่าง...
นักวิจัย ม.มหิดล เผย!!ไทยสามารถพัฒนาวัคซีนต้นแบบป้องกันโรคไข้เลือดออกได้สำเร็จแล้ว เสียแต่ยังไม่มีโรงงานผลิตวัคซีนทดสอบเป็นของตัวเอง จึงจำเป็นต้องร่วมทุนกับญี่ปุ่นและอินเดีย เพื่อต่อยอดไปสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม ย้ำ!หากไทยจะก้าวสู่การ...
เมื่อเร็วนี้ที่โรงแรมดิเอมเมอรัลด์รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ ในการประชุมวิชาการวัคซีนแห่งชาติ ครั้งที่ 5 หัวข้อ “การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคและการวิจัยพัฒนาวัคซีนในทศวรรษหน้า:การเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน” ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ได้...
นพ.ประดิษฐสินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย ดร.นพ.จรุง เมืองชนะ ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และ คณะวิทยากร ร่วมเปิดงานการประชุมวิชาการวัคซีนแห่งชาติครั้งที่ 5 ภายใต้หัวข้อ “การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค...
สถาบันวัคซีนแห่งชาติ กรมควบคุมโรค จัดการประชุมวิชาการวัคซีนแห่งชาติครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 11-13 กรกฏาคม 2555 เพื่อระดมความรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกลุ่มผู้ทำงานด้านวัคซีนพร้อมส่ง...
สถาบันวัคซีนแห่งชาติ กรมควบคุมโรค จัดการประชุมวิชาการวัคซีนแห่งชาติครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 11-13 กรกฏาคม 2555 ณ โรงแรมนารายณ์ กรุงเทพฯ เพื่อระดมความรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านวัคซีนพร้อมดึงภาคีเครือข่ายเข้าร่วมหารือ...
ประชุมวัคซีน ดร.นายแพทย์จรุง เมืองชนะ ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พร้อมคณะร่วมงานประชุมวิชาการวัคซีนแห่งชาติ ครั้งที่ 4 ( 4th National Vaccine Conference 2012) เพื่อระดมความรู้และแลกเปลี่ยนความคิด...