ทรานส์เมดิกส์ (TransMedics) เปิดเผยว่า ทีมปลูกถ่ายหัวใจของโรงพยาบาลเซนต์ วินเซนต์ (St. Vincent) ได้นำเทคโนโลยี OCS(TM) Heart ของทรานส์เมดิกส์มาใช้เพื่อการคงสภาพ และประเมินกระบวนการการเปลี่ยนถ่ายหัวใจจากหัวใจที่ได้รับจากผู้บริจาคเสียชีวิตที่หัวใจหยุดเต้น (DCD) มาใช้ในผู้ใหญ่ จากหัวใจ รายได้สำเร็จลุล่วงเป็นครั้งแรกของโลก ผู้ป่วยทั้ง จากหัวใจ รายที่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายด้วยเทคโนโลยีใหม่นี้มีการฟื้นตัวเป็นอย่างดี ความสำเร็จครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าครั้งสำคัญในแวดวงการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายหัวใจทั่วโลก และยังเป็นความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากผลการวิจัยการปลูกถ่ายขั้นพื้นฐานที่ริเริ่มโดยสถาบันวิจัยวิคเตอร์ ฉาง คาร์ดิแอค (Victor Chang Cardiac Research Institute) และโรงพยาบาลเซนต์ วินเซนต์ ด้วยการใช้เทคโนโลยี OCS(TM) Heart
รูปภาพ - http://photos.prnewswire.com/prnh/20141024/154161
หัวใจที่ได้รับบริจาคเหล่านี้นำมาจากผู้บริจาคที่หัวใจหยุดเต้น ปัจจุบัน หัวใจของผู้บริจาคแบบ DCD ไม่ได้รับการพิจารณาให้นำไปทำการเปลี่ยนถ่ายหัวใจ เนื่องจากมีข้อจำกัดในด้านเทคนิคการคงสภาพด้วยความเย็น หัวใจเหล่านี้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ และถูกทำให้กลับมาสู่ภาวะอัตราการเต้นที่เป็นปกติ ตลอดจนผ่านการประเมินทางคลินิกด้วยการใช้เทคโนโลยี OCS(TM) Heart ของทรานส์เมดิกส์ แพลตฟอร์มเทคโนโลยี OCS(TM) ถือเป็นเครื่องมือทางการแพทย์เพียงชิ้นเดียวที่สามารถคงสภาพอวัยวะจากผู้บริจาคไว้ได้ใกล้เคียงกับสภาพทางกายภาพ และการทำงานจริงเมื่ออยู่นอกร่างกายมนุษย์นับตั้งแต่ที่ได้มีการเริ่มการเคลื่อนย้ายอวัยวะออกจากร่างผู้บริจาคจนกระทั่งถึงจังหวะที่พร้อมสำหรับการปลูกถ่ายไปยังร่างกายผู้รับบริจาคที่มีความเหมาะสม
ดร. คูหมัด ดีทัล (Dr. Kumud Dhital) ศาสตราจารย์ด้านการผ่าตัดหัวใจของโรงพยาบาลเซนต์ วินเซนต์ และหัวหน้าศัลยแพทย์ที่ดำเนินการปลูกถ่ายหัวใจแบบ DCD กล่าวว่า "ระบบ OCS(TM) Heart ถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งของความสำเร็จในการปลูกถ่ายหัวใจครั้งนี้ เนื่องจากระบบดังกล่าวช่วยให้เราสามารถประเมินการทำงานของหัวใจที่ได้รับบริจาคมาได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงสถานะของระบบการเผาผลาญก่อนดำเนินการปลูกถ่ายด้วย"
ดร. วาลีด ฮัสซานีน (Dr. Waleed Hassanein) ประธาน และซีอีโอของทรานส์เมดิกส์ อิงค์ กล่าวว่า "ความสามารถในการปลูกถ่ายหัวใจของผู้บริจาคแบบ DCD ได้อย่างปลอดภัย อาจเป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ ซึ่งจะทำให้มีหัวใจสภาพดีที่ได้รับบริจาคมามากขึ้น สามารถช่วยผู้ป่วยที่ประสบปัญหาหัวใจล้มเหลวขั้นสุดท้ายได้มากขึ้นตามไปด้วย เรามุ่งทำการทดลองครั้งสำคัญๆ 4 รายการในสหรัฐ ทั้งในแง่ของหัวใจ ปอด และตับ เพื่อนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่าง OCS(TM) มาสู่ตลาดสหรัฐ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเริ่มใช้งานได้ในปี 2558"
ระบบ Organ Care System (OCS(TM)) ของทรานส์เมดิกส์ คืออะไร?
นับตั้งแต่ที่มีการริเริ่มการปลูกถ่ายอวัยวะ หลักการสำคัญของการเก็บรักษาอวัยวะที่ใช้ในการปลูกถ่ายคือการแช่เย็นแบบขาดเลือด (นำอวัยวะแช่ลงในน้ำแข็ง) แม้ว่าวิธีการนี้จะเน้นไปที่การลดความเสียหายของอวัยวะในระหว่างการเคลื่อนย้าย แต่อวัยวะที่ได้รับบริจาคมายังคงเกิดสภาวะเสื่อมได้อยู่ ยิ่งอวัยวะถูกแช่ในน้ำแข็งนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้รับความเสียหายมากเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น เทคนิคการเก็บรักษาโดยการแช่เย็นนั้นทำให้ไม่สามารถกู้สภาพ หรือประเมินอวัยวะในขณะที่ย้ายอวัยวะจากร่างผู้บริจาคไปยังผู้รับบริจาคได้ ดังนั้น ด้วยข้อจำกัดของการแช่เย็น จึงมีการประมาณการไว้ว่า หัวใจที่ได้รับบริจาคในสัดส่วน 60-65% ทั่วโลกไม่สามารถนำมาใช้ผ่าตัดเพื่อการปลูกถ่ายได้
ทรานส์เมดิกส์ได้พัฒนาเครื่องมือทางการแพทย์แบบที่สามารถเคลื่อนย้ายได้เพียงหนึ่งเดียวในโลกที่สามารถขจัดข้อจำกัดของการเก็บรักษาอวัยวะแบบแช่เย็นสำหรับการปลูกถ่าย เทคโนโลยี OCS(TM) ถูกออกแบบมาเพื่อให้แก้ไขปัญหาข้อจำกัด 3 ประการของเทคนิคการเก็บรักษาแบบแช่เย็นได้อย่างครอบคลุม โดยมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้:
- ลดความเสียหายจากสภาวะขาดเลือดที่อุณหภูมิต่ำโดยการหล่อเลี้ยงหัวใจด้วยโลหิตที่มีความอุ่นที่ผ่านการฟอกแล้ว
- ปรับสภาพอวัยวะให้เหมาะสมโดยการเติมอ็อกซิเจน, สารอาหาร และฮอร์โมน ที่อาจจะลดระดับลง
- มีการตรวจสอบ และประเมินอวัยวะจนถึงช่วงที่ทำการปลูกถ่าย
คุณสมบัติพิเศษของเทคโนโลยี OCS มีความสามารถในการ:
- เพิ่มการใช้ประโยชน์ของอวัยวะบริจาค
- เพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วย
- ลดภาวะแทรกซ้อนหลังการปลูกถ่ายอวัยวะ
- ลดค่าใช้จ่ายในการปลูกถ่ายอวัยวะ
เกี่ยวกับ ทรานส์เมดิกส์ อิงค์
ทรานส์เมดิกส์ อิงค์ เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการหล่อเลี้ยงกระบวนการยีนบำบัดแบบ ex-vivo และการประเมินอวัยวะที่บริจาคมาเพื่อรอการปลูกถ่ายที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองแอนโดเวอร์ รัฐแมสซาชูเซตส์ และก่อตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการที่แท้จริงเพื่ออวัยวะสำหรับการปลูกถ่ายที่มีปริมาณมากขึ้น และคุณภาพดียิ่งขึ้น รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.TransMedics.com
หากคุณหรือคนใกล้ตัวเคยมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ หรือกังวลเรื่องต่อมลูกหมากโตและนิ่วในไต นี่คือโอกาสดีที่คุณไม่ควรพลาด! โรงพยาบาลรามคำแหงขอเชิญผู้ที่สนใจร่วมงานสัมมนา "เมื่อไหร่ควรพบแพทย์? อาการปัสสาวะเล็ด ราด บ่อย ลำบาก, ติดเชื้อ, นิ่วในไต, ต่อมลูกหมากโต" วันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2568 เวลา 12.30 16.30 น. ห้องประชุมชั้น 10 อาคาร 3 โรงพยาบาลรามคำแหง เจาะลึก 4 ประเด็นสุขภาพสำคัญ โดยแพทย์เฉพาะทางถึง 4 ท่าน กับ 4 หัวข้อสำคัญที่จะช่วยให้คุณเข้าใจและดูแลสุขภาพเกี่ยวกับโรคระบบทางเดินปัสสาวะของตัว
โรงพยาบาลพระรามเก้า จัดกิจกรรม "วันพาร์กินสันโลก 2025"
—
นพ.เสถียร ภู่ประเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระรามเก้า เป็นประธานเปิดกิจกรรม "วันพาร์กินสัน...
ปักหมุด! เตรียมจัดงาน PET Expo Thailand 2025 จัดยิ่งใหญ่ครบรอบ 25 ปี
—
นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล (คนกลาง) กรรมการบริหาร บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอ...
สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก สุขุมวิท โรงแรมที่เป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของคุณ
—
สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก สุขุมวิท เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง มอบความรู้ส...
ประจำเดือนมาเจ็บหน้าอกทุกที สาเหตุโรคลมรั่วในเยื่อหุ้มปอด
—
เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้เจอเคสผู้ป่วยหญิงอายุราว 40 ปี มารักษาด้วยอาการเจ็บแน่นหน้าอก เป็น ๆ หาย...
ภาพข่าว: คุณหมอสองพ่อลูก เบื้องหลังความสำเร็จ “ปลูกถ่ายหัวใจ” รายแรก ในเอเชีย
—
เมื่อเร็ว ๆ นี้ นพ. ชวลิต อ่องจริต ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและทรว...