สสส. ประสบความสำเร็จสร้างกิจกรรมโรงพยาบาลต้นแบบ 4 ภาค สร้างเสริมสุขภาพด้านการจัดบริการอาหารสุขภาพลดหวานมันเค็ม

          สสส.เปิดตัวโรงพยาบาลต้นแบบสร้างเสริมสุขภาพ 4 ภาค "รพ.รามาธิบดี-รพ.สุราษฎร์ธานี-รพ.พะเยา-รพ.สุรินทร์" ประสบความสำเร็จเป็นต้นแบบด้านการจัดบริการอาหารสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม เผยช่วย 4 ลด "ลดการเกิดโรค-ลดภาวะแทรกซ้อน-ลดการตาย-ลดภาระค่าใช้จ่าย ในกลุ่มโรควิถีชีวิต ความดันโลหิตสูง หัวใจ หลอดเลือดสมอง และไตเรื้อรัง เตรียมขยายโรงพยาบาลต้นแบบอีก ความดันโลหิตสูงหลอดเลือดสมอง แห่งทั่วประเทศ ภายในปี หลอดเลือดสมอง56ความดันโลหิตสูง

          อาคารเฉลิมพระบารมี 5โรงพยาบาลต้นแบบสร้างเสริมสุขภาพ ปี ซอยศูนย์วิจัยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดงานแถลงข่าว "ความสำเร็จในการจัดกิจกรรมโรงพยาบาลต้นแบบสร้างเสริมสุขภาพด้านการจัดบริการอาหารสุขภาพลดหวานมันเค็ม 4 ภาค" โดย ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า สสส.ได้ผลักดันการลดการบริโภคอาหารสุขภาพลดหวานมันเค็ม เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในโรงพยาบาล จึงได้จัดโครงการ "พัฒนาต้นแบบโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพในด้านการจัดบริการอาหารสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม" โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายทั้งประชาชนที่มารับบริการในโรงพยาบาลและบุคลากรโรงพยาบาล เพื่อสร้างเสริมสุขภาพต้นแบบ ในการลดหวานมันเค็ม ที่เกิดจากการสร้างพลังและการมีส่วนร่วมของบุคลากรในโรงพยาบาลและชุมชน โดยประกอบด้วยโรงพยาบาลต้นแบบ จำนวน 4 แห่ง แบ่งเป็น 4 ภาค ได้แก่ โรงพยาบาลรามาธิบดี (ภาคกลาง) โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี (ภาคใต้) โรงพยาบาลพะเยา (ภาคเหนือ) และโรงพยาบาลสุรินทร์ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เพื่อกำหนดเป็นเป้าหมายหลักในการพัฒนาลดปัญหาโรควิถีชีวิตที่สำคัญ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง หัวใจ หลอดเลือดสมอง และไตเรื้อรัง ใน 4 ด้าน คือ ลดการเกิดโรค ลดภาวะแทรกซ้อน ลดการตาย ลดภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งในปีหน้าจะเพิ่มเติมโรงพยาบาลต้นแบบอีกจำนวน ความดันโลหิตสูงหลอดเลือดสมอง แห่งทั่วประเทศ
          ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นนโยบายที่จะบูรณาการงานสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อให้เกิดนโยบายและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาพ ทั้งในโรงพยาบาล และสังคม เพื่อให้บุคลากร นักศึกษา ผู้รับบริการและญาติ รวมถึงประชาชนทั่วไป มีสุขภาพที่ดีและเกิดสังคมสุขภาวะ ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกอาหารสุขภาพที่เข้าถึงง่าย การสร้างความมีส่วนร่วมทั้งในระดับหน่วยงานและบุคคล เพื่อให้เกิดความตระหนักและเพิ่มทักษะในการเลือกอาหารสุขภาพ จึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมช่วยกัน นำไปสู่การเรียนรู้เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อให้เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ ตลอดจนการรณรงค์เพื่อสร้างกระแสให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและยกระดับคุณภาพของแต่ละโรงพยาบาลและชุมชน ส่งผลให้คนไทยลดการบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม เพิ่มการออกกำลังกาย ลดภาวะเครียด ซึ่งคาดว่าทำให้เกิดการจัดการอาหารที่ปลอดภัย เกิดมาตรการทางสังคม มีปัจจัยแวดล้อมที่เหมาะสมให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อให้เป็นโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพต้นแบบในการลดหวานมันเค็มที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของบุคลากรในโรงพยาบาลและชุมชน
          ด้าน ผศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ที่ปรึกษาโครงการโรงพยาบาลต้นแบบสร้างเสริมสุขภาพด้านการจัดบริการสุขภาพลดหวานมันเค็ม กล่าวว่า ที่ผ่านมาการดำเนินชีวิตในปัจจุบันของประชาชนมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม ได้แก่ บริโภคอาหารที่ไม่สมดุลกับความต้องการของร่างกายบริโภคมากเกินความพอดี บริโภคอาหารที่ไม่ปลอดภัย ขาดการออกกำลังกายและมีภาวะเครียดจนส่งผลต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นความเสี่ยงของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในหลาย ๆ โรค โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต โรคมะเร็ง เบาหวานและความดัน ซึ่งกำลังเป็นภาวะวิกฤตระดับโลก (Global Crisis) โครงการ "พัฒนาต้นแบบโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพในด้านการจัดบริการอาหารสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม" ได้วางกรอบการทำงานแบ่งเป็น 4 ภาค จำนวน 4 โรงพยาบาลนำร่อง ขึ้นในปีนี้ โดยเริ่มต้นของการทำงานจะต้องเข้าไปทำความเข้าใจกับฝ่ายโภชนาการของโรงพยาบาลต้นแบบทั้ง 4 แห่งก่อน โดยแยกเป็นกลุ่มที่ ความดันโลหิตสูง ได้แก่ แพทย์ พยาบาล นักวิชาการและเจ้าหน้าที่ทั่วไป กลุ่มที่ หลอดเลือดสมอง ได้แก่ ผู้ปรุงอาหาร ประกอบด้วย โภชนากร แม่ครัวในกลุ่มงานโภชนาการ และกลุ่มแม่ครัวร้านสวัสดิการโรงพยาบาล โดยทุกกลุ่มจะต้องร่วมกันวางแผนกับนักโภชนาการ ว่าทำอย่างไรจะต้องลดความหวานมันเค็ม ลง แต่รสชาติของอาหารจะยังคงเหมือนเดิม จึงใช้วิธีการปรับสูตรอาหาร การฝึกอบรมแม่ครัว ประจำร้านค้าในโรงพยาบาล และมีการฝึกอบรมในเชิงปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง โดยมีนักโภชนาการคอยดูแล และให้คำปรึกษา
          "โจทย์ คือ ร้านค้าแต่ละร้าน จะต้องสร้างเมนูเพื่อสุขภาพขึ้นมา ความดันโลหิตสูง ชนิด ตามหลักโภชนาการลดความหวานมันเค็ม โดยเรียกว่า " ความดันโลหิตสูง ร้าน ความดันโลหิตสูง เมนูสุขภาพ" ยกตัวอย่าง กรณีร้านขายข้าวมันไก่ จะเป็นเมนูลักษณะของเนื้อไก่ไม่ติดมัน ส่วนน้ำซุป จะลดการใส่เกลือหรือน้ำปลา หรือทำอย่างไรก็ได้ให้ลดความเค็มลง ในครั้งแรกอาจจะลดเพียงแค่ 5 % แล้วเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึง หลอดเลือดสมองโรงพยาบาลต้นแบบสร้างเสริมสุขภาพ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผลตอบรับจากประชาชนที่มารับประทานอาหารที่โรงพยาบาลนั้นดีมาก ๆ แถมมีการลดราคาค่าอาหารให้ด้วย ถ้าสั่งเมนูเพื่อสุขภาพลดหวานมันเค็ม จะลดราคาให้ หลอดเลือดสมอง บาท ทำให้ประชาชนผู้บริโภคให้ความสนใจมากขึ้น"
          ผศ.นพ.สุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในช่วง ความดันโลหิตสูงโรงพยาบาลต้นแบบสร้างเสริมสุขภาพ ปีที่ผ่านมา พบว่า มีผู้ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงในประชากรอายุ ความดันโลหิตสูง5 ขึ้นไป สูงขึ้นมาก ทั้งยังพบว่ามีอัตราการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไตวาย เพิ่มขึ้นอย่างมาก โครงการ"พัฒนาต้นแบบโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพในด้านการจัดบริการอาหารสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม" ได้เข้ามามีส่วนสร้างระบบการจัดการบริการอาหารสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม สร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเลือกบริโภคอาหารสุขภาพ รณรงค์สร้างกระแสให้ประชาชนรับรู้ ให้หันมาเลือกบริโภคอาหารสุขภาพลดหวาน มัน เค็ม เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงอาหารสุขภาพ และสามารถเป็นแบบอย่างให้กับโรงพยาบาลและสถานบริการของรัฐอื่น ๆ ต่อไป
สสส. ประสบความสำเร็จสร้างกิจกรรมโรงพยาบาลต้นแบบ 4 ภาค สร้างเสริมสุขภาพด้านการจัดบริการอาหารสุขภาพลดหวานมันเค็ม
 

ข่าวโรงพยาบาลต้นแบบสร้างเสริมสุขภาพ+ความดันโลหิตสูงวันนี้

สสส. ประสบความสำเร็จสร้างกิจกรรมโรงพยาบาลต้นแบบ 4 ภาค สร้างเสริมสุขภาพด้านการจัดบริการอาหารสุขภาพลดหวานมันเค็ม

สสส.เปิดตัวโรงพยาบาลต้นแบบสร้างเสริมสุขภาพ 4 ภาค "รพ.รามาธิบดี-รพ.สุราษฎร์ธานี-รพ.พะเยา-รพ.สุรินทร์" ประสบความสำเร็จเป็นต้นแบบด้านการจัดบริการอาหารสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม เผยช่วย 4 ลด "ลดการเกิดโรค-ลดภาวะแทรกซ้อน-ลดการตาย-ลดภาระค่าใช้จ่าย ในกลุ่มโรควิถีชีวิต ความดันโลหิตสูง หัวใจ หลอดเลือดสมอง และไตเรื้อรัง เตรียมขยายโรงพยาบาลต้นแบบอีก 12 แห่งทั่วประเทศ ภายในปี 2561 อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซอยศูนย์วิจัยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดงานแถลงข่าว "ความสำเร็จในการจัดกิจกรรม

ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบู... ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ด้วยหลัก "3 อ" — ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ.2567 ที่ผ่านมา เนื่องจากประเทศ...

อึ้ง! เด็กไทยส่อมีโรคประจำตัวจากความดันโล... อึ้ง! เด็กไทยส่อมีโรคประจำตัวจากความดันโลหิตสูง 10% — อึ้ง! เด็กไทยส่อมีโรคประจำตัวจากความดันโลหิตสูง 10% เหตุ กินขนมกรุบกรอบทุกวัน ซ้ำ ติดปรุงเค็มหนัก ส...

กทม. ส่งเสริมความรู้-แนะนำโภชนาการ ลดการบริโภคเกลือและโซเดียมคนกรุงฯ

พญ. ภาวิณี รุ่งทนต์กิจ รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. กล่าวถึงการเร่งสร้างความตระหนักรู้และแนวทางส่งเสริมด้านโภชนาการ เพื่อควบคุมการบริโภคเกลือและโซเดียมของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า...

ต้อกระจก เกิดจากความเสื่อมของเลนส์แก้วตา ... อย่าคิดว่า "ต้อกระจก" เป็นโรคเฉพาะผู้สูงอายุ! — ต้อกระจก เกิดจากความเสื่อมของเลนส์แก้วตา โดยคนส่วนใหญ่ประมาณ 80% จะเริ่มมีอาการหลังอายุ 60 ปี แต่ก็...

เราทุกคนรู้ดีว่าหัวใจสำคัญแค่ไหน? เพราะเป... อย่าชะล่าใจ!!! "หัวใจ" แข็งแรงแค่ไหน? ก็ต้องตรวจ — เราทุกคนรู้ดีว่าหัวใจสำคัญแค่ไหน? เพราะเป็นอวัยวะที่ทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมง สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่ว...

คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับฝ... ขอเชิญร่วมกิจกรรมตรวจสุขภาพฟรี เนื่องในวันพยาบาลแห่งชาติ — คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช ขอเชิญชวนประชาชนผู้สนใจท...

สสส. จัดแถลงข่าว ความสำเร็จในการจัดกิจกรรมโรงพยาบาลต้นแบบสร้างเสริมสุขภาพ

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือสสส.ได้ผลักดันการลดการบริโภคอาหารสุขภาพลดหวานมันเค็มให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในโรงพยาบาล จึงได้จัดโครงการ "พัฒนาต้นแบบโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพ...