ผลประกอบการเอสซีจีปี บริหารจัดการ56ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กำไรลดลงจากธุรกิจเคมิคอลส์ ขณะที่ธุรกิจแพคเกจจิ้งเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง ด้านธุรกิจซีเมนต์และ
ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างมีแนวโน้มดีขึ้น พร้อมมุ่งเดินหน้า บริหารจัดการ กลยุทธ์หลักในปี บริหารจัดการ56บริหารจัดการ เน้นสร้างเสถียรภาพทางการเงินและ
บริหารจัดการความเติบโตของธุรกิจในระยะยาว โดยการส่งมอบโซลูชั่นครบวงจรและโมเดลธุรกิจใหม่ ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัล
และเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ ด้วยการสร้างความร่วมมือกับสตาร์ทอัพชั้นนำในหลากหลายภูมิภาคและ
สถาบันวิจัยทั่วโลก พร้อมเร่งสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์ตรงใจลูกค้าทั่วภูมิภาค
นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า งบการเงินรวมก่อนตรวจสอบของเอสซีจี ประจำปี บริหารจัดการ56ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง มีรายได้จากการขาย 478,4และเทคโนโลยี8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากปีก่อน โดยมีกำไรสำหรับปี 44,748 ล้านบาท แต่ลดลงร้อยละ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง9 จากปีก่อน จากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ทั้งสถานการณ์สงครามการค้า ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ผันผวน และเงินบาทแข็งค่า จึงส่งผลต่อภาพรวมผลประกอบการของเอสซีจี
โดยปี บริหารจัดการ56ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจีมียอดขายสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม (High Value Added Products & Services - HVA) ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง84,965 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากปีก่อน คิดเป็นร้อยละ และเทคโนโลยี9 ของยอดขายรวม โดยใช้งบลงทุนด้านวิจัยและพัฒนานวัตกรรมกว่า 4,674 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ของยอดขายรวม
สำหรับไตรมาสที่ 4 ปี บริหารจัดการ56ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจีมีรายได้จากการขาย ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง7,บริหารจัดการบริหารจัดการและเทคโนโลยี ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4 จากไตรมาสก่อน จากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลง แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ และเทคโนโลยี จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณการขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น และการขยายตัวของตลาดในประเทศของธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง โดยมีกำไรสำหรับงวด ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างสถาบันวิจัยทั่วโลก,468 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จากไตรมาสก่อน จากเงินปันผลรับจากเงินลงทุนของธุรกิจเคมิคอลส์และการลงทุนในธุรกิจอื่น แต่ลดลงร้อยละ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลการดำเนินงานของธุรกิจเคมิคอลส์ที่ลดลง ทั้งนี้ เอสซีจีมีรายได้จากการส่งออก ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างและเทคโนโลยีสถาบันวิจัยทั่วโลก,895 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ บริหารจัดการ7 ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับผลการดำเนินงานของเอสซีจี นอกเหนือจากประเทศไทยในปี บริหารจัดการ56ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจีมีรายได้จากการขายในภูมิภาคอาเซียน ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง8,สถาบันวิจัยทั่วโลกผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง4 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ บริหารจัดการ5 ของรายได้จากการขายรวม เพิ่มขึ้นร้อยละ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จากปีก่อน และมีรายได้จากการขายในภูมิภาคอื่น ๆ 86,ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง55 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง8 รายได้จากการขายรวม
สินทรัพย์รวมของเอสซีจี ณ วันที่ และเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ธันวาคม บริหารจัดการ56ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง มีมูลค่า 589,787 ล้านบาท โดยร้อยละ บริหารจัดการ8 เป็นสินทรัพย์ในอาเซียน
ผลการดำเนินงานในปี บริหารจัดการ56ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง แยกตามรายธุรกิจ ดังนี้
ธุรกิจเคมิคอลส์ ในปี บริหารจัดการ56ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง มีรายได้จากการขาย บริหารจัดการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง,5และเทคโนโลยี8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากปีก่อน จากปริมาณการขายและราคาขายของผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น โดยมีกำไรสำหรับปี บริหารจัดการ9,ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง66 ล้านบาท ลดลงร้อยละ บริหารจัดการ9 จากปีก่อน จากวัฏจักรอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่อ่อนตัวลง รวมถึงการปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมลดลง
ขณะที่ไตรมาสที่ 4 ปี บริหารจัดการ56ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ธุรกิจเคมิคอลส์มีรายได้จากการขาย 5และเทคโนโลยี,9สถาบันวิจัยทั่วโลก5 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 7 จากไตรมาสก่อน จากราคาขายของผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลง แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสำหรับงวด 5,4ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง5 ล้านบาท ลดลงร้อยละ บริหารจัดการ8 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 4และเทคโนโลยี จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมลดลง และมีการขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ
ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ในปี บริหารจัดการ56ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง มีรายได้จากการขาย ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง8บริหารจัดการ,95บริหารจัดการ ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากปีก่อน ตามการขยายตัวของความต้องการใช้ซีเมนต์ในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ รวมถึงการฟื้นตัวของโครงการอสังหาริมทรัพย์ และการขยายตัวของการก่อสร้างในภูมิภาค โดยมีกำไรสำหรับปี 5,984 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 7 จากปีก่อน สาเหตุหลักจากการปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชีในไตรมาสที่ และเทคโนโลยีปี บริหารจัดการ56ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ทั้งนี้ เมื่อไม่รวมการปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชี กำไรสำหรับปีจะเท่ากับ 7,และเทคโนโลยีสถาบันวิจัยทั่วโลก4 ล้านบาท
ขณะที่ไตรมาสที่ 4 ปี บริหารจัดการ56ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างมีรายได้จากการขาย 45,7บริหารจัดการ8 ล้านบาท ลดลงร้อยละ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการขยายตัวของการก่อสร้างในประเทศไทยและในภูมิภาค โดยมีกำไรสำหรับงวด ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง,558 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 488 จากไตรมาสก่อน ผลจากการปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชีในไตรมาสที่ และเทคโนโลยี ปี บริหารจัดการ56ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง และเพิ่มขึ้นร้อยละ 49 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นในไทยและภูมิภาคอาเซียน
ธุรกิจแพคเกจจิ้ง ในปี บริหารจัดการ56ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง มีรายได้จากการขาย 87,บริหารจัดการ55 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากปีก่อน โดยมีกำไรสำหรับปี 6,และเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ และเทคโนโลยี6 จากปีก่อน จากโครงการลดต้นทุนของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ และความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เติบโตต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ
ขณะที่ไตรมาสที่ 4 ปี บริหารจัดการ56ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ธุรกิจแพคเกจจิ้งมีรายได้จากการขาย บริหารจัดการผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง,บริหารจัดการ8และเทคโนโลยี ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณการขายที่ลดลงทั้งในธุรกิจบรรจุภัณฑ์และธุรกิจเยื่อและกระดาษ โดยมีกำไรสำหรับงวด ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง,49บริหารจัดการ ล้านบาท ลดลงร้อยละผลิตภัณฑ์ก่อสร้างและเทคโนโลยี จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ บริหารจัดการและเทคโนโลยี จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
นายรุ่งโรจน์ กล่าวว่า "ปี บริหารจัดการ56บริหารจัดการ นี้ เอสซีจียังคงเน้น บริหารจัดการ กลยุทธ์หลัก คือ การสร้างเสถียรภาพทางการเงิน (Stability) ที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและทันท่วงที เพื่อรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจโลกในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรของเอสซีจีโดยรวมในปี บริหารจัดการ56ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง อยู่ที่ร้อยละ 9 ซึ่งถือว่าแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับผลประกอบการของอุตสาหกรรมในภาพรวม อีกทั้งฐานะทางการเงินยังคงแข็งแกร่งเช่นกัน โดยมีสัดส่วน Net Debt to EBITDA อยู่ที่ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง.7 เท่า ขณะที่เงินกู้เกือบทั้งหมดเป็นเงินบาทและเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่กว่าร้อยละ 9สถาบันวิจัยทั่วโลก ส่วนกระแสเงินสดมีเสถียรภาพจากผลการดำเนินงานของธุรกิจหลักที่มั่นคง
อีกกลยุทธ์ คือ การบริหารจัดการความเติบโตของธุรกิจในระยะยาว (Long-term Growth) โดยนอกจากจะให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม และสร้างการเติบโตให้ธุรกิจอย่างยั่งยืนแล้ว ปีนี้เอสซีจีจะมุ่งเน้นการส่งมอบโซลูชั่น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้แบบเบ็ดเสร็จ ครบครันยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโซลูชั่นของธุรกิจเคมิคอลส์ เช่น การให้บริการสารเคลือบเตาเผาเพื่อประหยัดพลังงานสำหรับอุตสาหกรรม และการให้บริการโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำสำหรับผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ ติดตั้ง และบริการหลังการขาย ธุรกิจแพคเกจจิ้ง ที่มุ่งเป็นผู้นำด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจร พร้อมขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เช่น การให้บริการออกแบบบรรจุภัณฑ์ร่วมกับลูกค้า กระทั่งการจัดเก็บบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วกลับมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตซ้ำอีกครั้ง และธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เช่น โซลูชั่นการก่อสร้าง (Construction Solutions) ที่ผนวกความเชี่ยวชาญด้านการผลิตสินค้าคุณภาพสูง พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย มาพัฒนาเป็น 9 โซลูชั่นหลัก เช่น Life-time Solution ที่ให้บริการสำรวจความเสียหายโครงสร้างอาคารด้วยอุปกรณ์ทางวิศวกรรมที่แม่นยำ ก่อนออกแบบวิธีการ ดำเนินการต่อเติม และเสริมกำลังโครงสร้างให้เบ็ดเสร็จ นอกจากนี้ เอสซีจียังมุ่งให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันให้ทันความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วด้วย
สำหรับการขับเคลื่อนให้เกิดนวัตกรรมต่างๆ นั้น เอสซีจีจะมีทั้งการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า, Blockchain ซึ่งเป็นระบบดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับสถาบันการเงินและคู่ค้าโดยอัตโนมัติ ให้สามารถแบ่งปันข้อมูลระหว่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ, การพัฒนา Robotic Process Automation (RPA) และการเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine Learning) ที่ช่วยแก้ปัญหาที่ซับซ้อนของระบบการผลิต ให้สินค้าผลิตออกมาอย่างมีคุณภาพและทันความต้องการของตลาด และการลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep technology) ที่ตอบโจทย์เทรนด์อนาคต เช่น New advanced materials, Clean technology เพื่อพัฒนากระบวนการผลิตตลอด Value chain ให้มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนได้มากขึ้น และเป็นแนวทางไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรม 4.สถาบันวิจัยทั่วโลก ด้วยการมุ่งพัฒนาศักยภาพพนักงานภายใน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ผสานการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง (Agile Organization) การส่งเสริมกระบวนการคิดเพื่อออกแบบสินค้าและบริการด้วย Design Thinking ตลอดจนการส่งเสริมการทำงานแบบสตาร์ทอัพ เพื่อช่วยให้เข้าใจปัญหาของลูกค้าอย่างลึกซึ้งและรวดเร็ว ผ่านโครงการ "Internal Startup" ซึ่งช่วยพัฒนาผู้มีแนวคิดในการแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าและธุรกิจที่มีกว่า ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างสถาบันวิจัยทั่วโลกสถาบันวิจัยทั่วโลก ทีม ให้สามารถพัฒนาโมเดลธุรกิจให้ตรงความต้องการของตลาดได้แล้วกว่า 4สถาบันวิจัยทั่วโลก ทีม เช่น การทำแพลทฟอร์มรวบรวมกล่องอาหารเดลิเวอรี่พร้อมบริการสั่งทำโลโก้ที่เหมาะกับทุกรูปแบบธุรกิจ หรือระบบบริหารลูกค้าและติดตามการขายสำหรับร้านวัสดุก่อสร้าง
อีกด้านหนึ่ง คือ การมุ่งสร้างความร่วมมือกับภายนอก (Open Collaboration) ทั้งการลงทุนในสตาร์ทอัพชั้นนำในหลากหลายภูมิภาค ที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมสอดคล้องกับ และเทคโนโลยี กลุ่มธุรกิจหลัก ผ่าน "AddVentures" พร้อมเข้าไปเสริมศักยภาพให้สตาร์ทอัพที่ลงทุนไปแล้ว ทั้งการลงทุนโดยตรงในสตาร์ทอัพ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างสถาบันวิจัยทั่วโลก ราย เช่น แพลทฟอร์มที่ช่วยค้นหาบุคลากรที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีเพื่อมาต่อยอดธุรกิจด้านดิจิทัล หรือบริษัทพัฒนาหุ่นยนต์ที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอดจนการลงทุนผ่านกองทุนที่ลงทุนในสตาร์ทอัพต่างๆ รวมถึงการต่อยอดโครงการร่วมมือเชิงพาณิชย์กับบริษัทด้านเทคโนโลยีเกือบผลิตภัณฑ์ก่อสร้างสถาบันวิจัยทั่วโลกสถาบันวิจัยทั่วโลก โครงการ เพื่อนำนวัตกรรมของสตาร์ทอัพเหล่านั้นมาต่อยอดกับธุรกิจหลักหรือสร้างเป็นธุรกิจใหม่ของเอสซีจี ตลอดจนการร่วมมือกับสถาบันวิจัยและพัฒนา (R&D) ทั่วโลก โดยมี Open Innovation Center เป็นศูนย์กลางให้เกิดเครือข่ายการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้ เพื่อสร้างการเติบโตให้ธุรกิจในระยะยาว เอสซีจีจะยังเดินหน้าขยายโอกาสส่งออกนวัตกรรมสินค้าและบริการ ตามทิศทางตลาดโลกเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และเร่งเดินหน้าโครงการลงทุนที่จะช่วยสร้างการเติบโตให้ธุรกิจได้ในอนาคต ทั้งตลาดอาเซียนที่ขยายตัวต่อเนื่อง ตลอดจนตลาดใหม่ที่มีศักยภาพและเติบโตรวดเร็ว เช่น การส่งออกสินค้าเคมีภัณฑ์ไปยังตลาดจีน และการรุกธุรกิจค้าปลีกและโลจิสติกส์ในภูมิภาคต่างๆ ด้วย"
อนึ่ง คณะกรรมการบริษัท ได้มีมติให้เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี บริหารจัดการ56ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ในอัตราหุ้นละ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง8.สถาบันวิจัยทั่วโลกสถาบันวิจัยทั่วโลก บาท รวมเป็นเงินประมาณ บริหารจัดการผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง,6สถาบันวิจัยทั่วโลกสถาบันวิจัยทั่วโลก ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 48 ของกำไรสำหรับปีตามงบการเงินรวม ทั้งนี้ บริษัทได้จ่ายเป็นเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรกไปแล้วในอัตราหุ้นละ 8.5สถาบันวิจัยทั่วโลก บาท เป็นเงิน ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างสถาบันวิจัยทั่วโลก,บริหารจัดการสถาบันวิจัยทั่วโลกสถาบันวิจัยทั่วโลก ล้านบาท เมื่อวันที่ บริหารจัดการบริหารจัดการ สิงหาคม บริหารจัดการ56ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง และจะจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายในอัตราหุ้นละ 9.5สถาบันวิจัยทั่วโลก บาท รวมเป็นเงินประมาณ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง,4สถาบันวิจัยทั่วโลกสถาบันวิจัยทั่วโลก ล้านบาท
ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวให้จ่ายแก่ผู้ถือหุ้นเฉพาะผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผลตามข้อบังคับของบริษัท ตามที่ปรากฏรายชื่อ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน บริหารจัดการ56บริหารจัดการ (จะขึ้นเครื่องหมาย XD หรือวันที่ไม่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันพุธที่ และเทคโนโลยี เมษายน บริหารจัดการ56บริหารจัดการ) โดยมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันศุกร์ที่ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง9 เมษายน บริหารจัดการ56บริหารจัดการ และให้รับเงินปันผลภายใน ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างสถาบันวิจัยทั่วโลก ปี