กรุงเทพฯ--25 ต.ค.--ฮาคูโฮโด (กรุงเทพฯ)
บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท คาโอ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) จำกัด ได้เผยแพร่รายงานวิจัยผู้บริโภคในหนังสือ "Consumer Insight Report ฉบับที่ 4 : อ่านใจผู้หญิงไทยถึงวิธีการดูแลรักษาเส้นผม"
ผลการวิจัยพบว่า การเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านของตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลและทำความสะอาดเส้นผมที่มีมูลค่ากว่า 8,580 ล้านบาท เป็นผลมาจากผู้ผลิตให้ความสนใจทุ่มเทและค้นคว้าพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด ในตลาดแชมพูสระผมซึ่งประกอบด้วยแชมพูเพื่อความงาม แชมพูขจัดรังแค และแชมพูเด็ก ถือเป็นตลาดที่มีสัดส่วนใหญ่ที่สุดโดยมีมูลค่ากว่าตลาดรวมกว่า 6,540 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดแชมพูเพื่อความงามนั้น ยังคงเป็นสัดส่วนตลาดที่ใหญ่ที่สุดและมีมูลค่าตลาดสูงที่สุดกว่า 4,280 ล้านบาท ในขณะเดียวกันตลาดแชมพูขจัดรังแคก็เป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูง โดยมีสัดส่วนตลาดเพิ่มขึ้นจาก 26.2% ในปี 2541 เป็น 30.3% ในปี 2544
ในส่วนตลาดครีมนวดผมที่มีมูลค่ากว่า 2,040 ล้านบาท ครีมนวดผมสูตรธรรมดายังคงเป็นสัดส่วนตลาดที่ใหญ่ที่สุด โดยมีมูลค่าตลาด 1,596 ล้านบาท ขณะที่ตลาดครีมนวดผมสูตรเข้มข้นเองก็มีแนวโน้มการเติบโตที่น่าจับตามองเช่นกัน
ผลการวิจัยยังได้เจาะลึกถึงพฤติกรรมการดูแลรักษาเส้นผมของผู้หญิงไทย พบว่า ผู้หญิงไทย ส่วนใหญ่มักจะสระผมสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง หรือวันเว้นวัน และเมื่อพิจารณาถึงพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคโดยแยกเป็นกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด พบว่า ผู้หญิงในกรุงเทพฯ มีความสนใจในเรื่องการบำรุงและป้องกันผมแห้งเสียค่อนข้างมาก จึงนิยมใช้ครีมนวดผมกันมาก ขณะที่ผู้หญิงในต่างจังหวัดจะให้ความสนใจในการใช้แชมพูสระผมเพื่อการแก้ปัญหาเกี่ยวกับเส้นผมและหนังศรีษะมากกว่าการบำรุงเส้นผม จึงทำให้ผู้หญิงในต่างจังหวัดไม่นิยมใช้ครีมนวดผม
ส่วนเกณฑ์ในการตัดสินใจเลือกแชมพูสระผมและครีมนวดผมของผู้หญิงไทย ส่วนใหญ่จะเน้นคุณภาพ ทำให้ผมนุ่ม ช่วยขจัดรังแค สามารถบำรุงผมแห้งเสียได้ นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่ผู้หญิงไทยให้ความสำคัญมากขึ้น คือ ความคุ้มค่า สามารถใช้ร่วมกันได้ทั้งครอบครัว โดยให้เหตุผลในการใช้แชมพูสระผมและครีมนวดผมร่วมกันทั้งครอบครัวว่า ทำให้ประหยัดและสะดวกกว่ากันใช้แยกกัน
สำหรับสถานที่ในการซื้อแชมพูสระผมและครีมนวดผม พบว่า ผู้หญิงไทยส่วนใหญ่จะเลือกซื้อแชมพูสระผมและครีมนวดผมที่ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าประเภทดิสเคาน์สโตร์ แต่เมื่อแยกพิจารณาเฉพาะในต่างจังหวัด พบว่า ผู้หญิงในต่างจังหวัดยังคงนิยมซื้อสินค้าตามร้านค้าปลีกค่อนข้างมาก โดยความถี่ในการซื้อแชมพูและครีมนวดผมเฉลี่ยเดือนละ 2 ครั้ง เนื่องจากในต่างจังหวัดนิยมใช้แชมพูและครีมนวดผมที่มีขนาดเล็ก จึงทำให้ความถี่ในการซื้อแชมพูสระผมและครีมนวดผมมากกว่าผู้หญิงในกรุงเทพฯ ที่มีความถี่ในการซื้อเฉลี่ยเดือนละครั้งเท่านั้น
การศึกษาวิจัยผู้บริโภคเกี่ยวกับทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ดูแลและทำความสะอาดเส้นผม ได้เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้หญิงทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อายุระหว่าง 15-45 ปี จำนวน 1,500 คน เพื่อให้ทราบถึงความคิดเห็นและพฤติกรรมที่แท้จริงของผู้บริโภค
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
พรกมล รัชนาภรณ์
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท ฮาคูโฮโด (กรุงเทพฯ) จำกัด
โทร. 02-661-6790-8 ต่อ 708--จบ--
-ยอ/ศน-