กรุงเทพฯ--20 ก.พ.--ฮาคูโฮโด (กรุงเทพฯ)
บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท คาโอ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) จำกัด ได้เผยแพร่รายงานวิจัยผู้บริโภคในหนังสือ "Consumer Insight Report ฉบับที่ 5 : ผ้าอนามัยแบบไหนที่ผู้หญิงไทยต้องการ"
ผลการวิจัยเผยว่า ตลาดผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยในประเทศไทยเป็นตลาดที่มีมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท และมีผู้ประกอบการจำนวนมากที่ให้ความสนใจที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงต่อความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด โดยการทำวิจัยถึงพฤติกรรมของผู้บริโภค ส่งผลให้ตลาดผ้าอนามัยเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 2,895 ล้านบาท ในปี 2543 เป็น 3,031 ล้านบาท ในปี 2544 และในปี 2545 คาดการณ์ว่าตลาดผ้าอนามัยจะมีมูลค่ากว่า 3,149 ล้านบาท
จากภาพรวมของตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมานั้น จะพบว่าตลาดผ้าอนามัยเป็นตลาดที่ค่อนข้างเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้อีก นอกจากนี้เมื่อแยกพิจารณาตามประเภทของผ้าอนามัยจะพบว่าผ้าอนามัยแบบสลิม (แผ่นบาง) และแม็กซี่ (แผ่นหนา) มีส่วนแบ่งในตลาดสูงผ้าอนามัยแบบสลิม (แผ่นบาง) และแบบไนท์เซฟ (สำหรับกลางคืน) มีแนวโน้มและอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นเช่นกัน แต่จะสังเกตุได้ว่าผ้าอนามัยแบบแม็กซี่มีส่วนแบ่งที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดในระยะ 2 ปีที่ผ่านมาจาก 45.6% ในปี 2543 ลดลงเหลือ 38.8% ในปี 2544 แต่มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในปี 2545 เป็น 43.0%
การวิจัยยังไม่สำรวจถึงพฤติกรรมของผู้หญิงไทยต่อการใช้ผ้าอนามัย พบว่า ผู้หญิงไทยส่วนใหญ่เปลี่ยนผ้าอนามัยทุกๆ 3-4 ชั่วโมง ทั้งที่โดยปกติแล้วเพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีควรจะเปลี่ยนทุก 2-3 ชั่วโมมง และจากการสำรวจพฤติกรรมผู้หญิงไทยยังพบอีกว่าส่วนใหญ่ผู้หญิงไทยใช้ผ้าอนามัยโดยเฉลี่ยประมาณ 14 แผ่นต่อ 1 รอบเดือน แบ่งเป็น 9 แผ่นสำหรับกลางวัน 5 แผ่นสำหรับตอนกลางคืน เพื่อความสะอาดและป้องกันการหมักหมมสำหรับประเภทผ้าอนามัยที่ผู้หญิงไทยเลือกใช้ พบว่าผู้หญิงไทยนิยมใช้ผ้าอนามัยแบบแผ่นบางมากกว่าประเภทอื่น เนื่องจากใส่สบายไม่เทอะทะและกระชับกับรูปร่างได้ดี ส่วนผิวหน้าผ้าอนามัยที่ผู้หญิงไทยนิยมใช้คือผ้าอนามัยผิวหน้าแบบนุ่ม เนื่องจากให้ความรู้สึกนุ่มสบายไม่ระคายเคือง และผู้หญิงไทยยังนิยมใส่ผ้าอนามัยแบบมีปีกมากกว่าแบบไม่มีปีกเนื่องจากป้องกันการเลื่อนหลุด อย่างไรก็ดีนอกเหนือจากความชอบแล้วส่วนประกอบอย่างอื่นเช่น ปริมาณของประจำเดือน ก็มีผลต่อการเลือกผ้าอนามัยเช่นกัน
ส่วนเกณฑ์ในการตัดสินใจเลือกใช้ผ้าอนามัยของผู้หญิงไทยนั้นส่วนใหญ่จะคำนึงถึงคุณภาพ และยี่ห้อที่คุ้นเคยเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีหลักเกณฑ์อื่นๆ อีกเช่น หาซื้อง่าย, โฆษณาทาง ทีวี, ราคาถูก และ หีบห่อสวยงาม ก็มีความสำคัญในการเลือกซื้อผ้าอนามัยเช่นกัน สำหรับคุณสมบัติของผ้าอนามัยผู้หญิงไทยคำนึงถึงการซึมซับได้มาก รวดเร็ว และขณะสวมใส่ให้ความรู้สึกที่สบายเพื่อเพิ่มความมั่นใจ
สำหรับสถานที่ในการเลือกซื้อผ้าอนามัย พบว่า ผู้หญิงไทยในต่างจังหวัดนิยมซื้อผ้าอนามัยจากร้านค้าปลีกเหตุผลเนื่องมาจากการกระจายตัวของซุปเปอร์มาร์เก็ตและดิสเคานท์สโตร์ยังไปไม่ทั่วถึงในต่างจังหวัด แต่เมื่อเปรียบเทียบกับผู้หญิงไทยในกรุงเทพฯ พบว่า ผู้หญิงไทยในกรุงเทพฯ นิยมซื้อผ้าอนามัยจากซุปเปอร์มาร์เก็ตและดิสเคานท์สโตร์ โดยมีความถี่ในการซื้อผ้าอนามัยเฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้งซึ่งสอดคล้องกับรอบเดือนของผู้หญิง 1 รอบ
ทั้งนี้การศึกษาวิจัยผู้บริโภคเกี่ยวกับทัศนคติ และพฤติกรรมของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยได้เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้หญิงทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อายุระหว่าง 15-45 ปี จำนวน 1,500 คน เพื่อทราบถึงความเห็นและพฤติกรรมที่แท้จริงของผู้บริโภค
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
วลัยรัศมิ์ ร่วมรักษ์
ฝ่ายประชาสัมพันธ์
บริษัท ฮาคูโฮโด (กรุงเทพฯ) จำกัด
โทร. 02-661-6790-8 ต่อ 709--จบ--
-สท-