กำหนดฉาย 4 ธันวาคม 2551
แนวภาพยนตร์ แอ็คชั่น โชว์ศิลปะการต่อสู้
บริษัทผู้สร้างและจัดจำหน่าย สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล
อำนวยการสร้างบริหาร สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ
ควบคุมงานสร้าง ปรัชญา ปิ่นแก้ว, พันนา ฤทธิไกร
กำกับภาพยนตร์ จา พนม ยีรัมย์, พันนา ฤทธิไกร
บทภาพยนตร์ เอก เอี่ยมชื่น
นักแสดงนำ จา พนม ยีรัมย์ , สรพงษ์ ชาตรี, นิรุตต์ ศิริจรรยา,
ศรัณยู วงษ์กระจ่าง,เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา,ปัทมา ปานทอง,
พริมตา เดชอุดม,ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ
ปีพุทธศักราช 2546 “จา พนม ยีรัมย์” ต้นตำรับ “ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน และไม่ใช้ซีจี”
สร้างตำนานบทใหม่ของภาพยนตร์แอ็คชั่นไทยระดับโลก
ตลอดระยะเวลา 5 ปีเต็มที่ตำนาน “องค์บาก” ยังคงสร้างความตื่นตะลึงให้กับคนทั้งโลก
มาจนถึง
ปีพุทธศักราช 2551 ตำนานของวีรุบุรุษ ผู้มาพร้อมกับจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
ที่คนทั้งโลกเฝ้ารอคอยกำลังจะกลับมา
ว่ากันว่าทุกๆ ตำนานที่ได้รับการกล่าวขานล้วนแล้วแต่มีจุดเริ่มต้น
เมื่อจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ ที่เต็มไปด้วยพิษสง ลึกลับ อันตราย ซึ่งยังไม่เคยเปิดเผยมาก่อน
กำลังจะถูกหล่อหลอมให้เป็นหนึ่งเดียว
ภายใต้ศักยภาพแห่งการต่อสู้ที่แฝงเร้นอยู่ในตัวตนที่แท้จริงของ “จา พนม ยีรัมย์”
กับมหากาพย์ภาพยนตร์แอ็คชั่นพีเรียดที่ถูกบ่มเพาะมาทั้งชีวิต
สู่ผลงานการกำกับภาพยนตร์อย่างเต็มตัวครั้งแรกในชีวิตของ จา พนม ยีรัมย์
“องค์บาก 2”
ก่อนพุทธศตวรรษที่ 16
“โขน” คือนาฏศิลป์ชั้นสูงที่ลึกลับและเก่าแก่ที่สุด ได้ถือกำเนิดขึ้นมา
สืบต่อเล่าขานกันว่ายังมีแม่ไม้มวยไทยและเหล่าสรรพาศาตราวุธไทยโบราณ
อันทรงอานุภาพอีกมากที่สูญหายไปตามกาลเวลา
และบ้างถูกเก็บกักซ่อนเร้น อนุรักษ์สืบสานต่อทอดกันมารุ่นแล้วรุ่นเล่า
ครั้งแรกที่คนทั้งโลกจะได้สัมผัสกับอานุภาพแห่งการต่อสู้
ที่เต็มไปด้วยพิษสงและความสวยงามของ “นาฏยุทธ”
ที่ถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวระหว่าง “นาฏศิลป์โขน”
และ “ศิลปะการต่อสู้”ได้อย่างกลมกลืน ลงตัว และไม่เคยปรากฎมาก่อน
เรื่องย่อ
“ว่ากันว่า ณ จุดเริ่มต้นของทุกสรรพสิ่งในใต้หล้า ทุกชีวิตล้วนต่างถือกำเนิดและดำเนินไปภายใต้เส้นแห่งโชคชะตาที่ถูกขีดเขียนไว้แล้วจากใครบางคนที่อยู่เบื้องบน”
เฉกเช่นเดียวกับชีวิตของ“เทียน”เด็กหนุ่มที่ถือกำหนดในฤกษ์พระกาฬ คืนวันอังคาร ขึ้นเก้าค่ำ เดือนเก้า ปีขาล บุตรชายเพียงคนเดียวของขุนสีหเดโช(สันติสุข พรหมศิริ) นายทหารผู้ซื่อสัตย์ซึ่งจงรักภักดีต่อเหนือหัวและปกป้องผืนแผ่นดินจากเหล่าผู้ฉ้อฉลและคนทรยศ
จากคำทำนายของพระครูปั้น เมื่อใดก็ตามที่เด็กหนุ่มเติบใหญ่ภายใต้วังวนแห่งคมดาบ และกลิ่นคาวเลือด จะนำมาซึ่งความสูญเสียของชีวิตและเลือดเนื้อของผู้คนจำนวนมาก ทำให้ขุนสีหเดโช สั่งห้ามมิให้ “เทียน”แตะต้องเหล่าสรรพวุธใดใด และส่งตัวไปให้ครูบัว(นิรุตติ์ ศิริจรรยา) เพื่อนสนิทซึ่งต่างเป็นลูกศิษย์ของพระครูปั้นเช่นเดียวกัน ช่วยบ่มเพาะสมาธิ เรียนรู้การหัดฝึกจิตให้นิ่ง และศึกษาในด้านวิชาโขนนาฏศิลป์ชั้นสูงซึ่งถือกำเนิดมาก่อนพุทธศตวรรษที่ 16 และการจัดหาสมุนไพรในการใช้ปรุงยาแทนโดยมีพิมลูกสาวของครูบัวคอยให้ความช่วยเหลือ และมีไอ้เหม็น(หม่ำ จ๊กมก)เป็นเพื่อนเล่น
แต่ดูเหมือนว่าชะตาเมื่อถูกลิขิตแล้ว ยากนักที่จะเปลี่ยนแปลง เพียงเพื่ออำนาจและความต้องการครองความเป็นใหญ่ พระยาราชเสนา (ศรัณยู วงษ์กระจ่าง) ตัดสินใจวางแผนลอบสังหารขุนสีหเดโชทั้งครอบครัว พร้อมเหล่าทหารที่จงรักภักดีชนิดขุนรากถอนโคนด้วยตนเอง เพียงทว่าฟ้ายังมีตา ทำให้เทียนเล็ดรอดจากการสังหารหมู่อย่างหวุดหวิดพร้อมพกเอาความคลั่งแค้นที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจ
ระหว่างทาง เทียน ได้พบกับ เชอนัง (สรพงษ์ ชาตรี)หัวหน้ากองโจรผาปีกครุฑผู้ยิ่งใหญ่ช่วยชีวิตจากเหล่าพ่อค้าทาสและยักษ์ขมุจอมโหด โดยสังเกตุเห็นแววตาความเป็นนักฆ่าและความสามารถในการต่อสู้ที่แฝงเร้น จึงยื่นข้อเสนอให้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในกองโจร พร้อมกับรับไปเป็นลูกบุญธรรม ให้การชุบเลี้ยงฝึกฝนเหล่าสรรพวิชาอาวุธในการต่อสู้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่า หมัดมวย การใช้เวทย์มนต์คาถา การใช้สรรพวุธทุกชนิด ดาบ กระบอง วิชากล การใช้ระเบิด ฯลฯ จากเหล่าปรมาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาวิชา
“เพียงทว่า เมื่อถึงจุดหนึ่ง ที่เรียกกันว่า จุดพลิกผันในชีวิต เจ้าแห่งชะตาชีวิตจักเป็นผู้กำหนดเส้นทางแห่งชีวิตสืบต่อไปด้วยตนเอง เมื่อนั้นความดีและความเลวที่สถิตย์อยู่ในตัวตนของแต่ละบุคคลจักทำหน้าที่ของมันสืบต่อไป”
วันเวลาผ่านไป “เทียน”(จา พนม ยีรัมย์)เติบใหญ่กลายเป็นหนุ่ม เป็นที่ยอมรับและเป็นกำลังสำคัญของหมู่กองโจรผาปีกครุตที่เข้าร่วมในการปฏิบัติภารกิจสำคัญทุกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาสามารถสยบช้างงาดำ ช้างศักดิ์สิทธิ์ที่เหล่าชุมโจรให้ความเคารพและสักการะ ในขณะเดียวกันกับที่เชอนังเองตั้งใจที่จะมอบตำแหน่งหัวหน้ากองโจรเพื่อให้เทียนเป็นผู้รับหน้าที่สืบทอดต่อไป เพียงทว่า ณ ช่วงเวลานี้มีเพียงภารกิจเดียวที่สำคัญที่สุดในชีวิตที่เทียนจักต้องทำคือการขจัดความคลั่งแค้นที่มันสุมอกและท่วมท้นอยู่ในจิตใจมาโดยตลอดนั้นคือการมุ่งหน้าเพื่อสังหารเจ้าพระยาราชเสนาด้วยน้ำมือตนเอง
“ความเกลียดนำมาซึ่งความสูญเสีย ความกลัวตอกย้ำความอ่อนแอในจิตใจ และเมื่อใดที่อำนาจแห่งความชั่วร้ายเข้าครอบงำ อาวุธร้ายจะกลายเป็นดาบสองคมที่จะย้อนกลับมาทำลายตนเอง และเมื่อนั้นชีวิตก็จะสูญสิ้นความเป็นคน”
แต่ดูเหมือนว่าแผนที่เทียนวางไว้จะไม่เป็นไปอย่างที่คาดคิด ความเยาว์และความรุ่มร้อน หาได้เพียงพอต่อการหยั่งรู้ จิตมนุษย์ยากเร้นเกิดหยั่งถึง แผนการทั้งหมดหาได้รอดพ้นจากหูตาของเหล่าไพร่พลและขุนกำลังของพระยาราชเสนาไม่ ทำให้ให้เทียนถูกจับทรมานจนเกือบตาย
พละกำลังและความสามารถที่ถูกบ่มเพาะมาทั้งชีวิตถูกทำลายจนหมดสิ้น แต่ได้รับความช่วยเหลือจนรอดชีวิตจากพิมและครูบัว
เทียนถูกนำตัวไปยังหมู่บ้านของครูบัวในหุบเขาที่ครั้งอดีต เขาเคยได้มีโอกาสเรียนรู้การบ่มเพาะสมาธิ การฝึกควบคุมร่างกาย กล่อมเกลาสภาวะแห่งจิตให้นิ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างได้หวนคืนกลับมาสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง เหมือนชีวิตได้ถือกำเนิดใหม่ขึ้นอีกครั้ง วันคืนค่อยๆผ่านพ้นไป พร้อมๆกับสภาพร่างกายและจิตใจของเทียนได้รับการฟูมฟักฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง ครูบัวที่ปัจจุบันกลายเป็นพระบัวเปิดทางให้เทียนได้ค้นพบกับปริศนาธรรมและความลับบางประการที่แทรกตัวอยู่ในวิชานาฏศิลป์ชั้นสูงอย่าง “โขน” จนในท้ายที่สุดเทียนได้หล่อหลอมเอาจิตวิญญาณแห่งพลังศรัทธาสมาธิมาผสมผสานกับนาฏศิลป์โขนโบราณ ก่อเกิดเป็น“นาฏยุทธ”ศิลปะการต่อสู้ภายใต้รูปแบบที่อ่อนช้อย สง่างาม และทรงอานุภาพอย่างที่ยากจักหาสิ่งใดมาทัดเทียมและไม่เคยปรากฎขึ้นมาก่อน
“เหนือผืนพิภพในใต้หล้า ภายใต้พสุธาอันกว้างใหญ่ ว่ากันว่าศาสตราวุธที่ทรงอานุภาพที่สุด คือการบรรลุถึงจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ที่หลับใหลอยู่ในตัวตน ก่อเกิดจาก “พลังสมาธิจากจิตที่สงบนิ่ง” หลอมหลวมเข้ากับ “ศรัทธาอันแรงกล้า” จากธาตุทั้ง4นั่นคือ “ดิน น้ำ ลม ไฟ”ซึ่งแฝงเร้นอยู่ในธรรมชาติรอบกาย ภายใต้จิตแห่งความใฝ่ดีที่ไม่เคยดับสูญ
และนี่คือจุดเริ่มต้นของ “องค์บาก 2” ตำนานการต่อสู้แห่งจิตวิญญาณที่หลอมรวมพลังศรัทธาอันมุ่งมั่นที่ไม่เคยดับสูญของบุรุษผู้เกิดมาเพื่อเป็นตำนาน
รายละเอียดและเกร็ดงานสร้าง
แก่นแท้ที่ถือได้ว่าเป็นหัวใจหรือธีมสำคัญของภาพยนตร์ในเรื่อง “องค์บาก ทั้งภาค 1และภาค2” ก็คือการนำเสนอและถ่ายทอดถึงภาพการต่อสู้ และเรื่องราวของวีรบุรุษที่ต้องฝันฝ่าอุปสรรคนานัปการ เพื่อค้นหาสัจธรรมและความหมายที่แท้จริงของ “ศรัทธาแห่งการดำรงอยู่ของมนุษย์” “ความดี ความเลว” และสิ่งที่ถูกเรียกขานว่า “จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้”
องค์บาก 2 คือ 1 ในอภิมหาโปรเจ็คต์ภาพยนตร์ไทยแอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ทุนสร้างมหาศาลประจำปีพุทธศักราช2551ที่บริษัทผู้สร้างภาพยนตร์อันดับ1ของเมืองไทยอย่าง “สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล” ทุ่มทุนสร้างอย่างสูงสุดเทียบเคียงได้กับภาพยนตร์เรื่องยิ่งใหญ่ที่ได้รับการจารึกในหน้าประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยอย่าง “สุริโยไท” และ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ภาค1-2-3” จากผลงานการกำกับภาพยนตร์โดยมจ.ชาตรีเฉลิม ยุคล หรือแม้แต่ “ปืนใหญ่จอมสลัด” ภาพยนตร์ฉลอง1ทศวรรษแห่งความสำเร็จตลอดชีวิตในการเป็นผู้กำกับที่สร้างปรากฎการณ์ให้เกิดขึ้นในอุตสหากรรมภาพยนตร์ไทยของผู้กำกับนนทรีย์ นิมิบุตร (นางนาก,2499อันธพาลครองเมือง,จันดารา) รวมไปถึงภาพยนตร์แอ็คชั่นไทยระดับโลกอย่าง องค์บาก,ต้มยำกุ้ง และช็อคโกแลต ของผู้กำกับปรัชญา ปิ่นแก้ว
กล่าวได้ว่า “องค์บาก2” ไม่เพียงเป็นภาพยนตร์ไทยแอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ระดับโลกที่ทุ่มทุนสร้างสูงที่สุดเรื่องหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นโปรเจ็คต์ภาพยนตร์ไทยแอ็คชั่นที่คอหนังทั่วโลกต่างเฝ้ารอคอย หลังจากที่ชื่อของ “จา พนม ยีรัมย์ หรือโทนี่ จา” แจ้งเกิดในฐานะ “พระเอกแอ็คชั่นฮีโร่คนใหม่ของโลกภาพยนตร์ ภายใต้สโลแกน ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน” จาก “องค์บาก” ภาพยนตร์แอ็คชั่นคลาสสิคระดับมาสเตอร์พีซที่ทำให้ภาพยนตร์ไทยแอ็คชั่นประสบความสำเร็จจนเป็นที่ยอม
รับเกิดเป็นกระแสครองความนิยมไปทั่วโลกถึงรูปแบบ เอกลักษณ์และวิถีใหม่ๆ อันนำไปสู่มาตรฐานใหม่ของภาพยนตร์แอ็คชั่นโลกซึ่งมิเพียงสร้างความแตกต่างไปจากภาพยนตร์แอ็คชั่นรูปแบบเดิมๆที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้า แต่นำไปสู่เสียงตอบรับแห่งปรากฎการณ์ความสำเร็จที่เกิดขึ้นของตลาดภาพยนตร์ไทยแอ็คชั่นในระดับโลกจนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางและต่อเนื่องนับตั้งแต่ความสำเร็จจาก “องค์บาก” ตามด้วย “เกิดมาลุย” “ต้มยำกุ้ง” และ“ช็อคโกแลต” จึงไม่น่าแปลกใจที่ “องค์บาก 2” จะเป็นที่ฮือฮา ได้รับการตอบรับและถูกจับตามองตั้งแต่ตัวโปรเจ็คต์ยังไม่ได้เริ่มต้นเปิดกล้องถ่ายทำจากบรรดาบริษัทผู้ซื้อและจัดจำหน่ายภาพยนตร์จากทุกประเทศทั่วโลกสูงสุดอย่างเป็นประวัติการณ์
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ “องค์บาก2” คือโปรเจ็คต์ภาพยนตร์แอ็คชั่นอย่างเต็มรูปแบบที่ “จา พนม” ใฝ่ฝันบ่มเพาะและคิดค้นมาทั้งชีวิต นับตั้งแต่ก่อนที่จะแจ้งเกิดจากภาพยนตร์เรื่อง “องค์บาก” ด้วยซ้ำ ภายใต้แนวคิดและความตั้งใจร่วมกับปรมาจารย์ผู้กำกับคิวบู๊แอ็คชั่นที่สืบทอดกันมาอย่างพันนา ฤทธิไกร เพื่อให้เหล่าบรรดาแฟนๆและคอหนังแอ็คชั่นจากทั่วโลกได้สัมผัสกับทุกรูปแบบแห่งศิลปะการต่อสู้ที่ล้วนแล้วแต่เป็นความสามารถเฉพาะตัวของจา พนมที่หลายคนยังไม่เคยสัมผัสมาก่อน ซึ่งผ่านการเรียนรู้ ฝึกฝน บ่มเพาะและสั่งสมประสบการณ์มาทั้งชีวิตโดยนำมาคิดค้นประยุกต์และผสมผสานเข้ากับศิลปะการต่อสู้ในแนวทางต่างๆทั้งการต่อสู้ด้วยหมัด เท้า เข่า ศอก และส่วนต่างๆของร่างกาย ซึ่งไม่ได้มีเพียงศิลปะการต่อสู้ในรูปแบบแม่ไม้มวยไทยโบราณเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการใช้สรรพศาสตราวุธนานาชนิดในการต่อสู้อย่างคล่องแคล่ว ชำนาญการ ปรากฎให้เห็นเป็นครั้งแรกบนแผ่นฟิล์มไม่ว่าจะเป็น การต่อสู้ด้วยดาบ กระบี่ กระบอง ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไฮไลท์ที่เป็นรูปแบบการต่อสู้ในแนวทางใหม่ที่ถูกคิดค้นและผสมผสานขึ้นภายใต้ลักษณะและรูปแบบการต่อสู้อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เต็มไปด้วยความอ่อนช้อย สวยงาม และดุดัน สำหรับ “องค์บาก 2” โดยเฉพาะ นั่นคือ “นาฎยุทธ” รูปแบบการต่อสู้ที่ถูกคิดค้นและผสมผสานจากนาฏลีลาแห่งศิลปะชั้นสูงอย่างโขนมาผนวกรวมเข้ากับศิลปะการต่อสู้รูปแบบต่างๆ จนเกิดเป็นรูปแบบการต่อสู้ที่เชื่อว่ายังไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน
นอกเหนือจากดีไซน์การต่อสู้ในรูปแบบต่างๆแล้วยังกล่าวได้ว่าการออกแบบฉากแอ็คชั่นต่างๆในภาพยนตร์เรื่ององค์บาก 2 ที่เกิดจากความคิดค้นของตัวจา พนม และ พันนา ฤทธิไกร ทุกๆฉากล้วนแล้วเป็นความแปลกตาที่รับรองว่าจะสร้างความตื่นตะลึง และเป็นที่กล่าวถึงอย่างแน่นอน ด้วยวิธีการและวิช่วลทางด้านภาพที่น่าตื่นตาและเต็มไปด้วยความแปลกใหม่เพื่อเอาใจคอหนังแอ็คชั่นให้ได้ชมกันอย่างจุใจตลอดทั้งเรื่องสมกับที่ทุกคนรอคอย ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้โดยนำช้างเข้ามาเป็นองค์ประกอบสำคัญ รวมไปถึงการต่อสู้บนหลังช้าง , การต่อสู้บนแพไม้กลางน้ำ ,การต่อสู้ท่ามกลางหมู่บ้านกลางหุบเขา ฯลฯ
และแน่นอนว่าในส่วนของบทภาพยนตร์ได้รับความพิถีพิถันและให้ความสำคัญมากที่สุด เพื่อให้องค์บาก2เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นที่ได้รับการยอมรับทั้งในส่วนของงานแอ็คชั่นที่ยอดเยี่ยม งานสร้างที่ยิ่งใหญ่ภายใต้บทภาพยนตร์ที่ดีที่สุด พร้อมกับระดมบรรดานักแสดงระดับคุณภาพที่ล้วนแล้วได้รับการยอมรับในฝีไม้ลายมือในระดับแถวหน้ามาร่วมถ่ายทอดมิติความเข้มข้นและให้ชีวิตกับตัวละครต่างๆโลดแล่นอย่างสมจริง อาทิ สรพงษ์ ชาตรี,นิรุตต์ ศิริจรรยา,ศรัณยู วงศ์กระจ่าง,สันติสุข พรหมศิริ,หม่ำ จ๊กม๊ก,ปัทมา ปานทอง ฯลฯ
ในด้านรายละเอียดงานสร้างของภาพยนตร์ได้ เอก เอี่ยมชื่น โปรดักชั่นดีไซน์เนอร์ผู้ออกแบบงานสร้างมือ1ของเมืองไทยที่มีผลงานสร้างระดับมาสเตอร์พีซมาแล้วอย่างมากมาย อาทิ ภาพยนตร์ทุกเรื่องของผู้กำกับนนทรีย์ นิมิบุตร (2499 อันธพาลครองเมือง ,นางนาก,จันดารา,โอเคเบตง,ปืนใหญ่จอมสลัด) ภาพยนตร์เรื่องเหมืองแร่ ฯลฯ มารับผิดชอบในการเนรมิตโปรดักชั่นงานสร้างที่อ้างอิงจากสถาปัตยกรรมของเขมรในอดีตที่เต็มไปด้วยดีไซน์ที่แปลกตาน่าตื่นตะลึง อย่างที่ไม่เคยปรากฎในหนังแอ็คชั่นเรื่องใดมาก่อน อาทิแหล่งชุมโจรผาปีกครุฑศูนย์รวมนักสู้ฝีมือฉกาจหลากเชื้อชาติที่บ่มเพาะการต่อสู้ทุกชนิดให้กับตัวละครที่จาพนมรับบทบาท โดยใช้โลเกชั่นเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา น้ำตกศิริพบ จังหวัดสระบุรี , ฉากการต่อสู้ไฮไลท์ที่ลานช้างพระราชวังหลวง ณ โลเกชั่นจังหวัดระยอง, ฉากการผชิญหน้าครั้งสำคัญระหว่างจา พนมกับฝูงโขลงช้างป่ากว่า30-40เชือกที่โลเกชั่นจังหวัดสุรินทร์ รวมไปถึงการเลือกใช้โลเกชั่นในจังหวัดต่างๆที่อยู่ในโครงการ UNSEEN THAILAND ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นจังหวัดกระบี่,จังหวัดเลย ฯลฯ มาถ่ายทอดลงบนจอภาพยนตร์โดยได้ ณัฐวุฒิ กิตติคุณ ผู้อยู่เบื้องหลังงานกำกับภาพของ ตำนานสมเด็จพระนรเศวรมหาราช,องค์บาก,ต้มยำกุ้ง,โหมโรง,ฟ้าทะลายโจร,นางนาก ฯลฯ มารับหน้าที่ในการออกแบบและกำกับภาพให้กับภาพยนตร์เรื่ององค์บาก 2
สามารถคลิกดูภาพประกอบได้ที่ www.thaipr.net
กำหนดฉาย 16 มี.ค. 60 แนวภาพยนตร์ ผี-ระทึกขวัญ บริษัทผู้สร้างและจัดจำหน่าย สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัทดำเนินงานสร้าง บาแรมยู ผู้อำนวยการสร้าง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ควบคุมการสร้าง ปรัชญา ปิ่นแก้ว, สิตา วอสเบียน กำกับภาพยนตร์ ขนิษฐา ขวัญอยู่ บทภาพยนตร์ ขนิษฐา ขวัญอยู่ กำกับภาพ กิตติพัฒน์ จินะทอง ลำดับภาพ ฐิติพันธ์ มหากิจกำพล, อานันท์ รอดประเสริฐ เทคนิคภาพพิเศษ เซอร์เรียล สตูดิโอ ออกแบบงานสร้าง ฐิติพันธ์ มหากิจกำพล ออกแบบเครื่องแต่งกาย ศิริวรรณ ก้านชูช่อ ดนตรีประกอบ ออริจิน มิวสิค ฟิล์ม
Movie: โรงเรียนผี
—
โรงเรียนผี กำหนดฉาย พฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน 2559 แนวภาพยนตร์ ผี-สยองขวัญ บริษัทผู้สร้าง สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัทดำ...
Movie: ภาพยนตร์ ขุนพันธ์
—
กำหนดฉาย 14 กรกฎาคม 2559 แนวภาพยนตร์ แอคชั่นเหนือจินตนาการ บริษัทผู้สร้างและจัดจำหน่าย สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัทดำ...
กำหนดฉาย 15 ต.ค. 58 แนวภาพยนตร์ ผี-ระทึกขวัญ บริษัทผู้สร้างและจัดจำหน่าย สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัทดำเนินงานสร้าง บาแรมยู ผู้อำนวยการสร้าง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ควบคุมการสร้าง ปรัชญา ปิ่นแก้ว, สิตา วอสเบียน กำกับภาพยนตร์ ขนิษฐา ขวัญอยู่ บทภาพยนตร์ ขนิษฐา ขวัญอยู่ กำกับภาพ...
กำหนดฉาย 23 ก.ค. 58 แนวภาพยนตร์ เลิฟคอเมดี้ บริษัทผู้สร้าง-จัดจำหน่าย สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล อำนวยการสร้าง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ กำกับภาพยนตร์ ปริภัณฑ์ วัชรานนท์ (โต๊ะ พันธมิตร) ทีมนักแสดง ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต, แจ๊ส ชวนชื่น, เฌอมาวีร์ สุวรรณภานุโชค, พงศ์สิรี...
หลังจากที่ได้เห็นตัวอย่างของละครซีรีส์เรื่อง “พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก” กันไปบ้างแล้ว ก็มีกระแสพูดถึงแล้วมากมาย ล่าสุด!! สองยักษ์ใหญ่แห่งวงการบันเทิง สหมงคลฟิล์ม และ เวิร์คพอยท์ นำ...
กำหนดฉาย 31 ธันวาคม 2557 แนวภาพยนตร์ Comedy บริษัทผู้สร้าง-จัดจำหน่าย บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัทดำเนินงานสร้าง บริษัท เลเซอร์แคท จำกัด อำนวยการสร้าง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ที่ปรึกษาภาพยนตร์ ปรัชญา ปิ่นแก้ว ควบคุมงานสร้าง วรเวช ดานุวงศ์ ดำ...