ฟิทช์: ธนาคารในภูมิภาคมีสัดส่วนในระบบธนาคารไทยเพิ่มมากขึ้น

กรุงเทพฯ--1ฟิทช์ เรทติ้งส์ ก.ค.--ฟิทช์ เรทติ้งส์

ฟิทช์ เรทติ้งส์ กล่าวว่า ธนาคารต่างประเทศ โดยเฉพาะจากเอเชียแปซิฟิค กำลังมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นในระบบธนาคารไทย ดังจะเห็นได้จากการที่ธนาคาร โตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (Bank of Tokyo-Mitsubishi UFJ, Ltd.’s (BTMU)) แสดงความจำนงในการซื้อหุ้น 75% ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (BAY, BBB/เครดิตพินิจแนวโน้มเป็นบวก) หากการซื้อหุ้นดังกล่าวสำเร็จลุล่วง จะส่งผลให้สัดส่วนของธนาคารต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 26% ของสินทรัพย์รวมของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย จากเดิมที่ 18% และจะส่งผลให้ BAY เป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ หรือเป็นธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศไทย นอกจากนี้ ยังถือเป็นกรณีแรกที่มีการอนุมัติให้ต่างประเทศถือหุ้นในธนาคารไทยได้เกิน 49% โดยไม่เกี่ยวกับการฟื้นฟูสถานะทางการเงินของธนาคาร หรือเป็นการขายหุ้นของธนาคารโดยรัฐบาล เนื่องจาก BAY เป็นธนาคารที่มีกำไรที่ดีอยู่แล้ว และธุรกรรมนี้จะเป็นการซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นภาคเอกชน ฟิทช์เชื่อว่า การผ่อนผันดังกล่าว อาจเกิดขึ้นได้จากเหตุผลที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีการลงทุนโดยตรงในประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่งมาเป็นระยะเวลานาน โดยมีสัดส่วน 30-40% ของเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในไทยในแต่ละปี ช่วง 2544-2555 เมื่อเร็วๆนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศจะพิจารณาอนุมัติการจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารต่างประเทศรายใหม่ ไม่เกิน 5 ราย โดยจะได้รับอนุญาตให้มีสาขาไม่เกิน 20 สาขา และ ATM ไม่เกิน 20 แห่ง ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่ากรณีของสาขาธนาคารต่างประเทศ แต่ยังไม่เท่ากับธนาคารพาณิชย์ ฟิทช์คาดว่า ผู้ที่สนใจสมัครน่าจะเป็นธนาคารในเอเชียที่เป็นรายใหม่ในประเทศไทย ทั้งนี้ ในปี 2554 ธปท.ได้เปิดการพิจารณาให้สาขาธนาคารต่างประเทศที่มีอยู่ในประเทศไทย ขออนุญาตเปลี่ยนสถานะเป็นธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารต่างประเทศ (สาขาไม่เกิน 20 สาขา และ ATM ไม่เกิน 20 แห่ง) แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีสาขาธนาคารต่างประเทศแห่งใดที่มีการเปลี่ยนสถานะ ธนาคารไทยอีกแห่งหนึ่งที่กำลังเป็นเป้าหมายของการซื้อกิจการ ได้แก่ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) (TMB) ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของประเทศ มีผู้ถือหุ้นใหญ่คือ ธนาคาร ไอเอ็นจี (ING Bank N.V.) (30%) และกระทรวงการคลัง (26%) ซึ่งกำลังพิจารณาขายหุ้นในธนาคาร โดยมีรายงานข่าวว่ามีธนาคารในเอเชียแสดงความสนใจ หากมีการซื้อกิจการจากผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้งสองรายดังกล่าว จะส่งผลให้ TMB เป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่ (อย่างน้อยเกิน 50%) เป็นต่างประเทศอีกรายหนึ่ง ธนาคารพาณิชย์ที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นต่างประเทศส่วนใหญ่ในประเทศไทยจะมีผู้ถือหุ้นเป็นธนาคารในเอเชีย โดยสอดคล้องกับแผนการขยายธุรกิจในภูมิภาคของธนาคารเหล่านี้ รวมถึงโอกาสในการเติบโตจากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community) ในปี 2558 เหตุผลหนึ่งของการที่ BTMU ต้องการลงทุนใน BAY คือการขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong sub-region (GMS)) อันประกอบไปด้วย 6 ประเทศ มีประชากรรวมกัน 323 ล้านคน และมี GDP รวมกัน 1.2% ของ GDP โลก ฟิทช์ไม่เชื่อว่า การเข้ามาเป็นธนาคารพาณิชย์ใหญ่อันดับ 5 ของ BTMU จะส่งผลกระทบต่อสถานะการเป็นผู้นำตลาดของธนาคารพาณิชย์ใหญ่ของไทย 4 รายแรก ในระยะสั้นถึงระยะกลาง ทั้งนี้ ปัจจุบัน BAY ก็เป็นผู้นำในตลาดของธุรกิจสินเชื่อรายย่อยอยู่แล้ว โดยเฉพาะธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์และบัตรเครดิต อย่างไรก็ดี กลุ่มสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ของ BAY อาจได้รับประโยชน์จากความสัมพันธ์กับลูกค้ากลุ่มญี่ปุ่น แต่สินเชื่อกลุ่มลูกค้าญี่ปุ่นไม่ได้เป็นสัดส่วนใหญ่ของธนาคารพาณิชย์ไทย ฟิทช์เชื่อว่า BTMU และธนาคารพาณิชย์ที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นธนาคารต่างประเทศ น่าจะมีความสามารถในการแข่งขันมากกว่าธนาคารพาณิชย์ไทยในด้านธุรกิจภายในภูมิภาค ซึ่งธนาคารพาณิชย์ใหญ่ของไทยยังไม่ได้มีการขยายธุรกิจออกไปอย่างมีสาระสำคัญ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BBB+/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ) ถือว่ามีการขยายธุรกิจไปในต่างประเทศมากกว่าธนาคารพาณิชย์ไทยอื่นๆ โดยมีสำนักงานสาขา/ตัวแทนอยู่ใน 11 ประเทศในเอเชียมาเป็นระยะเวลานาน ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ของไทยแห่งอื่นๆมักมีนโยบายการลงทุนในภูมิภาคที่ค่อยเป็นค่อยไป และมีการพิจารณาคัดเลือก โดยมักจะเป็นการสนับสนุนการค้าการลงทุนของลูกค้าไทย และมุ่งเน้นกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง หรือจีน ทั้งนี้ ในระยะยาว โอกาสการเติบโตอันเกิดจากความร่วมมือและการรวมตัวกันของเศรษฐกิจในภูมิภาค อาจเป็นแรงกระตุ้นให้ธนาคารพาณิชย์ไทยให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจในภูมิภาคมากขึ้น หรืออาจหาผู้ร่วมทุน (strategic partners) ประเทศไทยมีธนาคารพาณิชย์ 15 แห่ง โดย 4 แห่งเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นธนาคารต่างประเทศซึ่งได้รับอนุมัติให้ถือหุ้นได้เกิน 49% ได้แก่ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) (A-/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ), ธนาคารยูโอบี (ไทย) จำกัด (มหาชน) (A-/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ), ธนาคารซีไอเอ็มบี (ไทย) จำกัด (มหาชน) (BBB/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ), และธนาคารไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน) (AAA(tha)/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ) และยังมีสาขาธนาคารต่างประเทศอีก 15 แห่ง รวมถึงมีธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารต่างประเทศอีก 1 แห่ง -กผ-

ข่าวธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด+ธนาคารกรุงศรีอยุธยาวันนี้

กรุงศรี ฉลอง 80 ปี ดูหนัง 80 บาท ที่ Major Cineplex เมื่อชำระด้วยบัตรกรุงศรี เดบิตและบัตร Krungsri Boarding Card

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) ฉลองครบรอบ 80 ปี มอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรกรุงศรี เดบิต ทุกประเภท และบัตร Krungsri Boarding Card ซื้อตั๋วหนังราคาพิเศษที่ Major Cineplex เพียง 80 บาท สำหรับที่นั่งปกติ (Normal Seat) ในโรงภาพยนตร์ระบบปกติ หรือดิจิตอล (2D) 1 ที่นั่ง (เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ) เพียงชำระเงินด้วยบัตรกรุงศรี เดบิต ทุกประเภท และบัตร Krungsri Boarding Card ผ่านเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ (E-Ticket) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 31 ธันวาคม 2568 ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดและ

สายเที่ยวห้ามพลาด! กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรี... รับส่วนลด 20% เมื่อจองเที่ยวบินทั่วโลก ผ่านบัตร Krungsri Boarding Card ที่ Trip.com — สายเที่ยวห้ามพลาด! กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) มอบสิ...

เสริมศักยภาพการทำงานด้วย Microsoft 365 E3... คินดริล จับมือ กรุงศรี ร่วมทรานส์ฟอร์มการทำงานสู่ "Modern Workplace" — เสริมศักยภาพการทำงานด้วย Microsoft 365 E3 เพื่อส่งมอบประสบการณ์"ชีวิตง่าย ได้ทุกวัน...