ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า...ในการทำนา “แกล้งข้าว”

          กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดกิจกรรมรณรงค์ "การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ปวงประชาถวายพ่อของแผ่นดิน" เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ว่า โดยกรมส่งเสริมการเกษตรกำหนดการจัดงานภายใต้แนวคิด "การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" มุ่งสร้างความร่วมมือและความตระหนักรู้ให้เกษตรกรทั่วประเทศเห็นถึงแนวทางการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ขณะเดียวกันยังมุ่งส่งเสริม เผยแพร่ และถ่ายทอดเทคโนโลยีการบริหารจัดการน้ำในการปลูกพืชชนิดต่างๆ แก่เกษตรกรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกษตรกรนำความรู้ไปปรับใช้ในไร่นาของตนเองและสามารถใช้น้ำทุกหยดอย่างรู้คุณค่าด้วย
          การแกล้งข้าว...จึงเป็นวิธีการที่ทำให้เห็นถึงแนวทางการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร นายสุภาพ โนรีวงศ์ ตำบลดอนเกาะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา จะได้แนะนำเทคนิคการให้น้ำแบบเปียกสลับแห้งในนาข้าว "แกล้งข้าว"
          นายโอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ;การทำนาแบบ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ;เปียกสลับแห้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์3พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ;แกล้งข้าวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า; จะทำโดยการเก็บน้ำไว้สำรองใช้ในช่วงฤดูแล้ง เราต้องเริ่มศึกษาจากสิ่งใกล้ตัวจนเริ่มเรียนรู้ว่าต้นข้าวเป็นพืช ที่สามารถใช้น้ำน้อย และทนแล้งได้ถึงขั้นพื้นดินแตกระแหง ข้าวจะแสดงอาการใบเหี่ยว สีคล้ำ หลังจากนั้นเมื่อฝนตกลงมา ต้นข้าวได้รับน้ำก็สามารถแตกกอเจริญเติบโตและให้ผลผลิตที่ดีขึ้นกลายเป็นที่มาของการแกล้งข้าว
          ดังนั้น การแกล้งข้าว จึงเป็นการควบคุมระดับน้ำในแปลงนาร่วมกับการผสมผสานเทคโนโลยีที่ทำได้ด้วยตัวเอง ซึ่งกระบวนการคือ ต้องวางระบบการให้น้ำที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของข้าวแบบ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ;เปียกสลับแห้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า; ดังนี้ การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า. ควบคุมปริมาณน้ำในระดับ 5 เซนติเมตร ในช่วงที่ข้าวต้องการน้ำ หากน้ำลดลงจากระเหยและการใช้น้ำของข้าว ก็จะทำการเติมน้ำเข้าแปลงนาให้อยู่ในระดับเดิม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.ช่วงที่ข้าวไม่ต้องการน้ำ จะทำการระบายน้ำออกเก็บไว้ในบ่อน้ำหรือปล่อยให้แห้งเองในกรณีที่น้ำในแปลงนาระเหยไปมากแล้ว 3.ตรวจสอบป้องกันการรั่วไหลของน้ำในแปลงนา เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำโดยเปล่าประโยชน์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า; อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว
          นอกจากนี้ นายสุภาพ โนรีวงศ์ เกษตรกรทำนา ได้อธิบายวิธีการให้น้ำที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของข้าว ซึ่งเราสามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้ การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า. ช่วงเตรียมดิน ควรปลูกพืชตระกูลถั่ว เพื่อเพิ่มปุ๋ยและอินทรียวัตถุ และไถกลบช่วงออกดอก หลังจากนั้นปล่อยน้ำเข้านาระดับ 5 เซนติเมตร นาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ วัน แล้วทำเทือกเตรียมหว่านพันธุ์ข้าว หรือโยนกล้า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. ช่วงเริ่มปลูก ระยะข้าว การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า-กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วัน จะทำการระบายน้ำออก 3. ช่วงระยะเจริญเติบโต ระยะข้าว 3-35 วัน ให้น้ำในระดับ 5 เซนติเมตรสม่ำเสมอ และช่วงที่ข้าวอายุ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์5 วัน เริ่มใส่ปุ๋ย (ผมมีสูตรสำหรับผู้ที่จะทำการผสมปุ๋ยเอง ดังนี้ ใช้ ไนโตรเจน 6 ส่วน ฟอสเฟต 4 ส่วน โพแทสเซียม 6 ส่วน อัตรา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์7 กก. ต่อไร่) ช่วงระยะข้าว 36-45 วัน จะทำการปล่อยน้ำในนาจนแห้ง (ดินแตกระแหง) เพื่อส่งเสริมให้รากลงลึก แข็งแรง แตกกอดี และป้องกันโรคและแมลง ระยะข้าว 46-9พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ วัน ให้น้ำในระดับ 5เซนติเมตร ช่วงนี้จะใส่ปุ๋ยแต่งหน้า (ไนโตรเจน การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า.5 กก. ต่อไร่) เพื่อบำรุงต้น เร่งดอก ถ้าน้ำลดลงหรือแห้งให้เติมน้ำจนถึงช่วงข้าวโน้มรวง หรือข้าวก้ม ปล่อยน้ำออกให้แห้ง รอการเก็บเกี่ยว
          นายสุภาพ กล่าวเพิ่มเติมว่า การทำนาแบบเปียกสลับแห้งก็มีข้อจำกัดเช่นกัน คือ การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า. ทำได้ในพื้นที่ที่ควบคุมน้ำได้ และมีต้นทุนการเอาน้ำเข้านาต่ำ เช่น พื้นที่ชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. ไม่เหมาะสำหรับพื้นที่ดินเค็ม อาจทำให้ข้าวตายได้ 3. งดเว้นการปล่อยน้ำให้แห้ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ;ช่วงข้าวตั้งท้องกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า; 4. ดินที่เหมาะสม คือ ดินที่ไม่เผาตอฟาง (มีอินทรียวัตถุในดินให้ข้าวเลี้ยงตัวระหว่างหน้าดินแล้ง)
          เรามักจะมองข้ามสิ่งที่ธรรมชาติให้มา ได้แก่ ดิน น้ำ อากาศและแสงแดด พึ่งพาแต่ปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ย ยา ฯลฯ ทำให้สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ใช้ศักยภาพอย่างที่ควรจะเป็น แต่ระบบผลิต กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ;เปียกสลับเเห้ง...แกล้งข้าว" เป็นการใช้ "ฟิสิกส์-วิธีกล" ทำนา เราจึงให้ความสำคัญกับทรัพยากรทางกายภาพที่มีในพื้นที่อย่าง "ดิน- น้ำ -อากาศ- แสงเเดด" ได้ทำงานกันอย่างเต็มที่
          แต่การทำนา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ;เปียกสลับแห้ง..แกล้งข้าวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า; ก็มีประโยชน์มากมายไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มศักยภาพของต้นข้าว ต้นข้าวมีความแข็งแรงหากินเก่ง ต้านทานต่อโรคและแมลง (ทำให้ใช้ปุ๋ยและสารเคมีลดน้อยลง ) สร้างผลผลิต (เพิ่มราก เพิ่มลำ/หน่อ เพิ่มรวง เพิ่มน้ำหนัก เพราะรากขยัน) อีกทั้งยังใช้น้ำน้อย เพราะการหมัก การแช่น้ำขัง ในแปลงนาต่อเนื่อง ไม่ปล่อยให้แห้ง เป็นที่มาของการใช้ สารเคมีทำให้ระบบนิเวศน์ถูกทำลายและยังทำลายคุณภาพชีวิตในระบบการผลิตข้าวอีกด้วย และพื้นดินไม่หล่ม ทำให้ชาวนาลงไปจัดการกับแปลงนาของตนเองได้ง่ายขึ้น เช่น ตัดพันธุ์ปน กำจัดวัชพืชก็ทำได้โดยง่าย เป็นต้น
          สำหรับการหว่านปุ๋ย สามารถทำตอนน้ำแห้งได้เลย ซึ่งเป็นการให้ปุ๋ยตอนข้าวกำลังหิว เมล็ดปุ๋ยจะไหลไปตามซอกระแหงของดิน พอเติมน้ำเข้าไป ข้าวสามารถนำไปใช้ได้อย่างเต็มที่ (ทำให้เราใช้ปุ๋ยน้อยลง) แต่การใช้วิธีปักดำ จะช่วยให้ข้าวได้แสงแดดและอากาศเต็มที่ ทำให้ข้าวไม่อัดแน่นจนเกินไปจึงแตกกอได้ดีมีพื้นที่หากิน ไม่แย่งอาหารกัน และช่วยประหยัดค่าเมล็ดพันธุ์ได้มากถึง (ร้อยละ 7พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ต่อไร่เลยทีเดียว) และเมื่อเกิดการแตกระแหงของดิน จะทำให้ก๊าซมีเทนในนาข้าวลดลง ทำให้รากได้รับออกซิเจนเต็มที่ สำหรับระบบรากนาดำ จะไม่ลอยหาอาหารหน้าผิวดินเหมือนนาหว่าน แต่รากจะหากินลึกจึงช่วยยึดลำต้นทำให้ข้าวไม่ล้มตอนเก็บเกี่ยว และที่สำคัญช่วย ลดต้นทุนค่าสูบน้ำเข้านา เพราะชาวนาจะใช้น้ำเท่าที่จำเป็นต่อนาข้าว จึงไม่เกิดการทะเลาะเพราะเรื่องแย่งน้ำกัน เมื่อความชื้นในนามีน้อยก็จะช่วยลดการระบาดของโรค แมลงทำให้หมดปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลอีกด้วย
          ทำให้ผลที่ได้จากการวางระบบการใช้น้ำในนาข้าวของนายสุภาพ โนรีวงศ์ ซึ่งใช้เทคนิคการให้น้ำแบบเปียกสลับแห้ง เพื่อลดต้นทุนการผลิตข้าวและใช้น้ำอย่างมีคุณค่า เหมาะสมกับความต้องการของข้าวในสภาวะที่น้ำธรรมชาติและน้ำชลประทานมีจำกัด เกษตรกรสามารถนำภูมิปัญญาแนวทางหรือวิธีการดังกล่าวไปปรับใช้ในนาของตนเอง เพื่อสามารถรับมือและจัดการกับปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งได้ ทั้งนี้วิธีการหรือแนวทางดังกล่าวยังเป็นการช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพิ่มคุณภาพ และเป็นการทำการตลาดในอีกรูปแบบหนึ่งด้วย
          เกษตรกรที่สนใจสามารถร่วมเรียนรู้ เทคนิคการให้น้ำแบบเปียกสลับแห้งในนาข้าว "แกล้งข้าว" ได้ ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (นายสุภาพ โนรีวงค์) ตำบลดอนเกาะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา

ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า...ในการทำนา “แกล้งข้าว”
ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า...ในการทำนา “แกล้งข้าว”
ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า...ในการทำนา “แกล้งข้าว”
ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า...ในการทำนา “แกล้งข้าว”
 

ข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ+พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัววันนี้

"RBF" ร่วมสนับสนุนโครงการ "เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต" ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF มอบเงินบริจาคจำนวน 100,000 บาท พร้อมน้ำหวานเข้มข้นแบบซอง ตราเฮลโหลบอย เพื่อสนับสนุนกิจกรรมในโครงการ "เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมากิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก พร้อมทั้งการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้

วันที่ 5 ธันวาคม 2566 พระบาทสมเด็จพระเจ้า... องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์พระราชทานเกียรติบัตร ในงานพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ครั้งที่ 44 — วันที่ 5 ธันวาคม 2566 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โปรดเกล้าโปรดกระหม...

ดั๊บเบิ้ล เอ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบล... ดั๊บเบิ้ล เอ อนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำในแม่น้ำปราจีนบุรี — ดั๊บเบิ้ล เอ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านทาม จัดโครงการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ 700,000 ตัว เพื่...

ไทยทีวีสีช่อง 3 ร่วมปลูกต้นไม้ 1,000 ต้น ... ช่อง 3 ร่วม kick off ปลูกต้นไม้ 1,000 ต้น กับผู้ว่าฯ ชัชชาติ — ไทยทีวีสีช่อง 3 ร่วมปลูกต้นไม้ 1,000 ต้น กับ "นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหา...

24 กันยายน 2564 ณ โรงพยาบาลศิริราช บริษัท... เอ็นที รับพระราชทานโล่ที่ระลึก เนื่องในวันมหิดล ประจำปี 2564 — 24 กันยายน 2564 ณ โรงพยาบาลศิริราช บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที โดย น...

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ... NPS ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 700,000 ตัว เฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา — เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ...