สสว. จัดสัมมนาระดมสมองเสริมศักยภาพเครือข่ายเอสเอ็มอีทุกภูมิภาค

          สสว. จัดงานสัมมนา "ด้วยเครือข่าย... SME เติบโตได้อย่างยั่งยืน" ภายใต้โครงการสนับสนุนเครือข่าย SMEใน พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม8 กลุ่มจังหวัด ชูเครือข่ายวิสาหกิจพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมเป็นต้นแบบการพัฒนาคลัสเตอร์ในพื้นที่ภาคกลาง พร้อมผู้แทน 3 คลัสเตอร์จาก 3 ภูมิภาคนำทีมโชว์ความสำเร็จจากการรวมกลุ่ม เตรียมเดินหน้าต่อยอดยกระดับและเสริมสร้างศักยภาพคลัสเตอร์ในปี 59 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันรองรับการเปิด AEC
          นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. เปิดเผยว่างานสัมมนา "ด้วยเครือข่าย...SME เติบโตได้อย่างยั่งยืน" เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการสนับสนุนเครือข่ายSME ใน พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม8 กลุ่มจังหวัด เพื่อคัดเลือกกลุ่มวิสาหกิจที่ประสบความสำเร็จให้เป็นต้นแบบในการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์จากการรวมกลุ่มดำเนินธุรกิจ การจัดสัมมนาในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ในพื้นที่ภาคกลาง โดยคัดเลือกคลัสเตอร์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมเป็นต้นแบบ พร้อมเชิญผู้แทนคลัสเตอร์ต้นแบบที่เข้าร่วมโครงการใน 3 ภูมิภาค คือ สุราษฎร์ธานี ขอนแก่น และเชียงรายร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ในมุมมองต่าง ๆ เพื่อชี้ให้เห็นถึงความสำคัญและแนวทางการพัฒนาคลัสเตอร์ไปสู่เป้าหมาย แห่งความสำเร็จ
          "สสว. ดำเนินโครงการสนับสนุนเครือข่าย SME ใน พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม8 กลุ่มจังหวัด เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงธุรกิจ เสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ในลักษณะเครือข่าย สามารถสร้างโอกาสในการทำความรู้จัก การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การพัฒนากิจกรรมระหว่าง SME ในอุตสาหกรรมและผู้เกี่ยวข้องทั้งในและนอกพื้นที่ ต่อยอดเป็นสังคมหรือเครือข่ายที่มีพลังอำนาจ ในการต่อรอง และผลักดันให้ภาคธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยการคัดเลือกกลุ่มเครือข่าย SME ทั่วประเทศรวม 54 เครือข่าย ทั้งในภาคเกษตรแปรรูปอุตสาหกรรม การค้า และบริการ ให้เข้าสู่กระบวนการพัฒนาโดยมีหน่วยงานร่วมดำเนินการอีก 9 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมการเกษตร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย กรมการข้าว กรมประมง กรมปศุสัตว์ และกรมหม่อนไหม โดยช่วยทำหน้าที่เสมือนพี่เลี้ยงสนับสนุนเครือข่ายเข้าสู่กระบวนการพัฒนาต่อไป" นางสาลินีกล่าว 
          สำหรับการดำเนินงานโครงการสนับสนุนเครือข่าย SME ใน พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม8 กลุ่มจังหวัดในปี สาลินี วังตาล558 สสว. ได้มุ่งเน้นการส่งเสริม ให้เกิดการรวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์เพื่อประชุมหารือการจัดทำแผนพัฒนาเครือข่ายอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งปัจจุบันกลุ่มคลัสเตอร์ที่ดำเนินการจัดทำแผนแล้วเสร็จประมาณ 3สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แผน มีผู้ประกอบการที่เข้าสู่กระบวนการพัฒนาศักยภาพเชิงธุรกิจผ่านกิจกรรมพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่าย อาทิ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ การส่งเสริมการตลาดเชิงรุก การลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ การพัฒนาตราสินค้า การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตฯลฯ ประมาณ 3,สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ราย โดยในปี สาลินี วังตาล559 จะดำเนินการต่อเนื่องให้บรรลุเป้าหมาย คือ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม,สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ราย สร้างโอกาสทางการตลาดรวมถึงมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม,สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ราย และสามารถลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจไม่น้อยกว่า พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม5สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ล้านบาท
          นางศิวาพร วงศ์วิวัฒน์ไชย ผู้จัดการโครงการ สถาบัน SMI สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กระบวนการขับเคลื่อนการสร้างเครือข่ายหรือคลัสเตอร์ผู้ประกอบการ SME ของสถาบัน SMI นั้นได้ยึดหลักจากปัจจัยสำคัญของการ ทำให้คลัสเตอร์มีความเข้มแข็ง คือ ผู้นำที่เข้มแข็ง มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการบริหารคลัสเตอร์และผู้ประสานงานคลัสเตอร์ (Cluster Development Agent : CDA) จะต้องทำหน้าที่ อาทิ การวินิจฉัย / วิเคราะห์ปัญหาของคลัสเตอร์ การจัดการ และแก้ไขความขัดแย้งภายในคลัสเตอร์ การสร้างความไว้วางใจระหว่างสมาชิกในคลัสเตอร์ การกำหนดกลยุทธ์การพัฒนาการดำเนินกลยุทธ์ที่กำหนด การประเมินผลการดำเนินงานกลยุทธ์ สถาบัน SMI จึงได้บูรณาการกิจกรรมต่าง ๆ ให้เชื่อมโยงกับผู้ประกอบการคลัสเตอร์ โดยใช้หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้ประกอบการให้เหมาะสมกับกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเช่น การสรรหากิจกรรมทางด้านการตลาดใหม่ ๆ ยกตัวอย่าง โครงการ SME Pro-active ซึ่งเป็นตลาดต่างประเทศ ก็จะคัดเลือกผู้ประกอบการ ที่มีความพร้อมเข้าร่วมงาน
          ด้านนายพิชัย ถิ่นสันติสุข ประธานคลัสเตอร์พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส.อ.ท. กล่าวว่า คลัสเตอร์พลังงานก่อตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนสถานประกอบการด้านพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นการสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายเพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ จำนวน พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม84 ราย และมีจำนวนสมาชิกคลัสเตอร์พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ของ ส.อ.ท. ประมาณ พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมสาลินี วังตาลสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กิจการ และจำนวนสมาชิกคลัสเตอร์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม ของ ส.อ.ท. ร่วมกับ สสว. ภายใต้โครงการสนับสนุนเครือข่าย SME ในกลุ่ม พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม8 จังหวัด ดำเนินการขึ้นทะเบียน จำนวน พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กิจการ และอยู่ระหว่างรอขึ้นทะเบียนกว่า พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กิจการ ในพื้นที่ ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด,กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยให้การสนับสนุน ทั้งในระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และ ปลายน้ำ อาทิ การฝึกอบรมและให้ความรู้ทางด้านเทคโนโลยี สนับสนุนในด้านการทำตลาด ฯลฯ เพื่อนำไปต่อยอดในการทำธุรกิจ ส่งผลให้ผู้ประกอบการในคลัสเตอร์เกิดการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ทั้งในด้านองค์ความรู้และในด้านวัตถุดิบ การพัฒนากิจกรรมระหว่างผู้ประกอบการ SMEs ในอุตสาหกรรมจะสามารถต่อยอดเป็นเครือข่ายที่มีพลังอำนาจในการต่อรอง สามารถผลักดันให้ภาคธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยเนื้องานของโครงการจะเป็นการ นำร่องเพื่อรวบรวมผู้ประกอบการSME ในอุตสาหกรรมพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งมี 3 ประเภทประกอบด้วย พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม. พลังงานไฟฟ้า มีวัตถุดิบ คือ แสงอาทิตย์ ลม น้ำ ชีวมวล ก๊าซชีวภาพ ขยะ สาลินี วังตาล. พลังงานความร้อนมีวัตถุดิบ คือ แสงอาทิตย์ ชีวมวล ขยะ ก๊าซชีวภาพ และ 3. พลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพมีวัตถุดิบ คือ เอทานอล ไบโอดีเซล ซึ่งผู้ประกอบการ SMEทั้ง 3 ประเภท ได้ร่วมประชุมหารือโครงสร้างของแต่ละประเภทที่แตกต่างกันและเหมือนกันในบางส่วน ซึ่งจำเป็นต้องลงรายละเอียดในแต่ละประเภทให้ชัดเจน เพื่อให้มีการพัฒนาที่ตรงตามวัตถุประสงค์และดำเนินกิจกรรมพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายให้เข้มแข็ง
          ทั้งนี้ มีการกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมด้านพลังงานทดแทนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งกระบวนการดำเนินกิจกรรมนั้น จะมุ่งเน้นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างภาครัฐกับเอกชน ซึ่งได้นำเสนอโครงการพลังงานทดแทนอาเซียน ( ASEAN Renewable Energy Center) เพื่อใช้พื้นที่ 3 จังหวัด และ 4 อำเภอภาคใต้ เป็นพื้นที่ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงพลังงานประกาศเป็นพื้นที่ที่ได้รับการส่งเสริมเป็นพิเศษไปแล้ว โดยภาคเอกชนจะเป็นผู้ลงทุนเอง แต่ภาครัฐควรเข้ามาช่วยเหลือในประเด็นการให้ความสะดวกขั้นตอนการอนุญาต
          "ไทยเหมาะสมที่จะพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางพลังงานทดแทนในอาเซียน โดยเฉพาะไทยถูกล้อมรอบด้วยกลุ่มCLMV ที่มีทรัพยากรด้านชีวมวลเป็นจำนวนมาก รวมถึงนโยบายภาครัฐในปัจจุบันต้องการผลักดันให้เกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษ โครงการดังกล่าวนอกจากจะเสริมความมั่นคงทางพลังงานให้พื้นที่ภาคใต้ระยะยาวแล้ว ยังสร้างความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจการเมืองและโครงสร้างพื้นฐานด้วย" นายพิชัยกล่าว
          ด้านนายสมศักดิ์ อภิญญาชน ผู้บริหารจาก บริษัท กรีนวู้ด พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม993 จำกัด ตัวแทนเครือข่ายผู้ประกอบการ SMEsกล่าวว่า การเข้าร่วมเป็นกลุ่มเครือข่าย ทำให้ได้รับทราบทิศทางของอุตสาหกรรมนี้ และได้รับประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเพื่อนในเครือข่าย โดยเฉพาะในเรื่องของทิศทางธุรกิจจะไปทางไหน มีการประสานข้อมูลที่มีประโยชน์ร่วมกัน ทั้งด้านวัตถุดิบ นวัตกรรมใหม่ ๆ และเรื่องของการหาตลาดทั้งในส่วนในประเทศและต่างประเทศ ที่สำคัญมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันในเครือข่าย ซึ่งหลังการเข้าร่วมโครงการพัฒนาเครือข่ายพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมกับสถาบัน SMI ที่สนับสนุนโดย สสว. ครั้งนี้ ทำให้มีแผนที่จะจัดตั้งเป็นสมาคมชีวมวลและสมาคม BIO GAS อย่างจริงจังต่อไป ซึ่งก็ถือว่าโครงการนี้เป็นจุดเริ่มของการรวมตัวของเครือข่ายของผู้ประกอบการอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ในส่วนของต้นแบบเครือข่ายผู้ประกอบการวิสาหกิจใน 3 ภูมิภาค ซึ่งได้รับการส่งเสริมภายใต้โครงการฯ และเป็นผู้แทนเข้าร่วมการสัมมนา "ต้นแบบแห่งเครือข่ายสาลินี วังตาล3สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม;SME เติบโตได้อย่างยั่งยืน" ได้กล่าวถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการ เข้าร่วมโครงการฯ ดังนี้
นายสมเกียรติ จำปาดง หัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนชาวสวนยางในบ้านสวน อำเภอพุนพิน จังหวัด
          สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ในอดีตการผลิตถุงมือจากน้ำยางพารายังไม่เป็นที่ต้องการมากนักเนื่องจากไม่สวยงามและคุณภาพไม่คงที่ แต่เมื่อมีการรวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์และได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และ สสว. ในการให้ความรู้และต่อยอดนวัตกรรม ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือเครือข่ายสามารถเพิ่มมูลค่าน้ำยางได้หลายเท่าตัว สามารถขยายช่องทางการจัดจำหน่าย รายได้ต่อครัวเรือนสูงขึ้นจากเดิมที่มีรายได้หลักมาจากการกรีดยาง และยังสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอีกด้วย
ด้านนายทวี สุขโข ประธานเครือข่ายคลัสเตอร์อีสานไทยซิลค์ กล่าวว่า เครือข่ายได้รับการสนับสนุนจาก 
          สสว. ร่วมกับศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดขอนแก่น โดยมีกรมหม่อนไหมได้เข้ามาช่วยฝึกอบรม และ สนับสนุน พันธุ์ไหมและหม่อนที่ใช้เลี้ยงไหม หลังจากนั้น ยังส่งเสริมให้มีการแปรรูปผลิตภัณฑ์ เช่น ชาใบหม่อน เบเกอรี่ลูกหม่อน เป็นต้น ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนกิจกรรมให้ไปศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งสิ่งได้ได้รับจากโครงการส่งเสริมศักยภาพเครือข่าย SME นั้นทำให้ผู้ประกอบการมีแนวทางในการแก้ปัญหาแบบตรงประเด็น ชัดเจนมากกว่าก่อนเข้าร่วมโครงการ ซึ่งทำให้มีภูมิคุ้มกัน สามารถเอาตัวรอดและเอาชนะคู่แข่งทางการตลาดได้
          ด้านนางสาวพรรณทิพา กิจวิถี ฝ่ายประชาสัมพันธ์คลัสเตอร์ชาอินทรีย์ดอยแม่สลอง กล่าวว่า ในฐานะผู้ประกอบการที่ได้เข้ามารวมกลุ่มเป็นเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกใบชา การรวมกลุ่มทำให้เกิดความเข้มแข็ง ทำให้รู้จักสามัคคีกัน พึ่งพาอาศัยและช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน และยังทำให้รูปแบบการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในเรื่องของระบบการเพาะปลูกและการสร้างผลผลิต บางรายได้มีโอกาสไปออกงานแสดงสินค้าในตลาดสากล สามารถเพิ่มมูลค่าสินค้ และเพิ่มอัตราการแข่งขันในตลาดได้ ก่อให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรทุกคนที่อยู่ในกลุ่ม
          
สสว. จัดสัมมนาระดมสมองเสริมศักยภาพเครือข่ายเอสเอ็มอีทุกภูมิภาค
สสว. จัดสัมมนาระดมสมองเสริมศักยภาพเครือข่ายเอสเอ็มอีทุกภูมิภาค
สสว. จัดสัมมนาระดมสมองเสริมศักยภาพเครือข่ายเอสเอ็มอีทุกภูมิภาค
สสว. จัดสัมมนาระดมสมองเสริมศักยภาพเครือข่ายเอสเอ็มอีทุกภูมิภาค

ข่าวสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม+พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมวันนี้

สสว. จัดงาน "ปลดล็อคความสำเร็จ SME" ปี 2568

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จะจัดงานเผยแพร่นโยบาย/โครงการ ภายใต้แผนปฏิบัติการส่งเสริม SME ประจำปี 2568 ในชื่อ "Unlock SME Success : Leading the Way to Sustainable Growth : ปลดล็อกความสำเร็จ SME สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน" ภายในงานได้รวบรวมโครงการส่งเสริม SME จาก 30 หน่วยงานภาครัฐ รวม 90 โครงการ งบประมาณ 4,758 ล้านบาท มารวมไว้ในงานเดียว ที่สำคัญยังมีการสัมมนาจากตัวแทนภาครัฐ ซึ่งเป็นหัวขบวนหลักในการส่งเสริม SME ของประเทศ อาทิ สสว. กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมการเปลี่ยน

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคา... SME D Bank ลุยโครงการเติมความรู้บัญชีภาษี ปูทางพาเอสเอ็มอีถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำเพียง 3%ต่อปี — นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนา...

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่... สสว. เติมเต็มความรู้ธุรกิจสู่ผู้ประกอบการ SME จ.อุดรธานี ในกิจกรรม Roadshow "SME Academy On Tour" — สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้...