รมต.สุวิทย์ “SEP for SDGs: หัวใจขับเคลื่อนThailand 4.0” ผสานพลังสู่การปฏิบัติจริง ขับเคลื่อนผ่านภาคีเครือข่ายประชารัฐและกองทุนหมู่บ้าน

          เป้าหมายการพัฒนายั่งยืนหรือ (SDGs) Sustainable Development Goals เป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศของสหประชาชาติที่อยู่ภายใต้การพัฒนา ปี ค.ศ.กองทุนหมู่บ้านการพัฒนาที่ยั่งยืน3การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีประเทศสมาชิก หัวใจขับเคลื่อน94 ประเทศร่วมลงนามเพือรับรองและให้คำมั่นว่าจะร่วมกันบรรลุ SDGs ภายในปี ค.ศ. กองทุนหมู่บ้านการพัฒนาที่ยั่งยืน3การพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในสมาชิกที่ให้คำมั่นด้วย ในการนี้รัฐบาลไทยจึงดำเนินการผลักดัน SDGs ผ่านกลไกคณะกรรมการที่ยั่งยืน(กพย.) ในโอกาสที่ สำนักงานกองทุนสนันสนุนการวิจัย(สกว.) และโครงการประสานงานการวิจัยเพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs Move เปิดเวทีสาธารณะ "เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย:สถานะ ก้าวต่อไป" ณ.โรงแรมโนโวเทล สยามสแควร์ องค์กรหลายภาคส่วนได้เข้าร่วมงาน เพื่อร่วมระดมความคิดเห็นและพร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs ผ่านภาคีเครือข่ายประชารัฐ องค์กรเอกชนและกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่มีทั่วประเทศ 
          ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง"SEP for SDGs: หัวใจขับเคลื่อน Thailand 4.การพัฒนาที่ยั่งยืน" กล่าวว่า เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy: SEP) ในนาม "SEP for SDGs" กับ "Thailand 4.การพัฒนาที่ยั่งยืน" มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร บางท่านเห็นว่า SDGs เป็นการนำแนวคิดจากข้างบนลงมาสู่ระดับล่าง From Grand To Ground ซึ่งเห็นว่าหลักการ SDGs นำมาจากหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่รัชกาลที่ 9 ได้ผ่านการลงพื้นที่ปฎิบัติจริงและพิสูจน์มาแล้ว จากนั้นจึงนำมาเป็นแนวคิดใหม่ของการพัฒนาโลก From Grand To Ground ดังนั้น SEP และ SDGs จึงสอดรับไปด้วยกัน และประเทศไทยของเราจะก้าวเดินไปทางไหนในอนาคต ทางสกว.จะดำเนินโครงการสำรวจสถานะของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในบริบทประเทศไทย ซึ่ง"SEP for SDGs" และ "Thailand 4.การพัฒนาที่ยั่งยืน" นั้นเป็นเรื่องที่สอดรับกัน และมีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการมุ่งพัฒนาประเทศไปสู่ "ความยั่งยืน" การเดินหน้าไปสู่ความยั่งยืนนั้น จะต้องเริ่มจากการสร้างสมดุลในการพัฒนา หรือ "Thriving in Balance" ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งจะต้องมีการปรับเปลี่ยนหลักคิดของคนให้ถูกต้อง และปรับกระบวนทัศน์ในการพัฒนาให้ถูกทาง เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่ Thailand 4.การพัฒนาที่ยั่งยืน
          สำหรับการปรับโครงสร้างสู่ 3 ระบบเศรษฐกิจที่เน้นคุณค่า (Value-Based Ecosystem) ได้แก่
          หัวใจขับเคลื่อน.ระบบเศรษฐกิจไหลเวียน (Circular Economy) ระบบเศรษฐกิจที่ทำให้มนุษย์มีความสมดุลอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ตอบโจทย์ "ความยั่งยืน" การเติบโตโดยใช้ทรัพยากรอย่างชาญฉลาด ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น การมุ่งเน้นธุรกิจ การผลิตและการใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การปรับแนวคิดจากเดิมที่เคยคำนึงแต่ความได้เปรียบเรื่องต้นทุนเป็นหลัก (Cost Advantage)มาเป็นการคำนึงถึงประโยชน์ที่ได้จากการสูญเสียที่เกิดขึ้นทั้งระบบ(Loss Advantage) การส่งเสริมองค์กรที่ "คิดดี ทำดี" การบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ การพัฒนาเมืองอัจฉริยะและเมืองน่าอยู่ การมุ่งเน้นการใช้พลังงานทดแทน ตัวอย่างงานวิจัยของ ม.เทคโนโลยีสุรนารีได้ทำโครงการจัดตั้งศูนย์ถ่ายทอดนวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียน, เทคโนโลยีบำบัดขยะมูลฝอยโดยวิธีกลและชีวภาพ
          กองทุนหมู่บ้าน.ระบบเศรษฐกิจกระจายตัว (Distributive Economy) จะลดความเหลื่อมล้ำทำให้เกิดสมดุลระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ จะได้ตอบโจทย์ "ความมั่นคง"โดยกระจายความมั่งคั่งและโอกาส ทำให้คนอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข เช่น สร้างภูมิคุ้มกันที่เพียงพอให้กับคนยากจน 4การพัฒนาที่ยั่งยืน % แรก การส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ยกระดับผลิตภาพของาคการเกษตร การปรับปรุงคุณาพของการศึกษาและปรับทักษะแรงงานให้สอดรับกับโลกยุค 4.การพัฒนาที่ยั่งยืน การส่งเสริมเอสเอ็มอีให้เข้มแข็งและแข่งขันได้บนเวทีโลก การสร้างคลัสเตอร์เศรษฐกิจระดับกลุ่มจังหวัด และจังหวัด การพัฒนา Innovation Hub ให้กระจายในระดับูมิภาค การสร้างเศรษฐกิจฐานรากในชุมชน การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในรูปแบบประชารัฐ เป็นต้น ยกตัวอย่าง ภาคประชารัฐและมหาวิทยาลัยในภาคอีสาน ได้ทำวิจัยโครงการเสริมสร้างศักยภาพสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อการท่องเที่ยว
          3.ระบบเศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-Driven Economy ) เป็นกลไกขับเคลื่อนสู่ "ความมั่งคั่ง" ปรับเปลี่ยนจากเดิมที่เน้นเงินทุนและทุนทางกายภาพ มาเป็นการเน้นปัญญามนุษย์และเทคโนโลยี เพราะมันจะตอบโจทย์ความสมดุลระหว่างมนุษย์กับเทคโนโลยี ทำให้เทคโนโลยีเกิดประโยชน์ต่อมนุษย์ นำความมั่งคั่งมาให้ เช่น การยกระดับทักษะด้านดิจิตอล ไอซีทีและมีเดีย การยกระดับความสามารถด้านวิจัยและพัฒนา การสร้างคลัสเตอร์และเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบ่มเพาะผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี การออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ การพัฒนาวิสาหกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม การพัฒนาทักษะและงานใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ การบริหารจัดการสมัยใหม่ เป็นต้น
          ทั้ง 3 ระบบเศรษฐกิจที่เน้นคุณค่า นี้ช่วยสร้างสมดุลให้เกิดขึ้น ทั้งระหว่าง "มนุษย์ กับธรรมชาติ" "มนุษย์ กับ มนุษย์" และ "มนุษย์ กับ เทคโนโลยี" สอดรับกับ SDGs ทั้ง หัวใจขับเคลื่อน7 เป้าหมายอย่างสอดคล้องลงตัว ในบริบทของเอกชนนั้น การพัฒนาที่ยั่งยืน ยากที่จะเกิดขึ้น จากการทำกิจกรรม CSR เพียงอย่างเดียว แต่จะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืนถาวรก็ต่อเมื่อภาคเอกชนมีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการดำเนินธุรกิจ จาก"Greed for Growth, Growth for Greed" มาเป็น "Doing Good, Doing Well" Doing Goodเพื่อตอบโจทย์ Stakeholders ส่วน Doing Well เพื่อตอบโจทย์ Shareholders ของบริษัท Doing Goodสะท้อนความเป็น "คน" ขององค์กร ในขณะที่ Doing Well สะท้อนความเป็น "ตน" ขององค์กร Doing Goodและ Doing Well จึงเสมือน หยิน กับ หยาง ที่ต้องสร้างให้เกิดความสมดุล เมื่อสมดุลจึงจะเกิดการเติบโต แต่เป็นการเติบโตที่ยั่งยืน
          การขับเคลื่อน SEP for SDGs บนภาคีเครือข่ายความร่วมมือประชารัฐ และกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศ 79,593 แห่งจะเป็นแพลตฟอร์มที่ยั่งยืน SEP for SDGs จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่มีการ "ลงมือปฏิบัติ" อย่างจริงจัง และต้องเป็นการลงมือปฏิบัติในระดับพื้นที่ ภูมิสังคม ศักยภาพ เงื่อนไขและความท้าทายที่แตกต่างกัน ตามโมเดล "Action-Oriented Area-Based Economy" ส่วนโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืน จะยังคงเป็นกลไกทางตลาด (Market-Based Economy) แต่ต้องเสริมสร้างให้เป็น "Merit-Oriented Market-Based Economy" ที่แต่ละองค์กรดำเนินธุรกิจคิดดี ทำดีจะได้รับประโยชน์ โดยยึด "Doing Good, Doing Well" เป็นสำคัญนั่นเอง
          "SEP for SDGs" จะบรรลุผล หากร่วมมือกันและลงไปสู่พื้นที่อย่างจริงจัง ถึงเวลาที่เราคนไทยทุกาคส่วนจะร่วมกันทำเรื่องนี้ให้กลายเป็นจริง เชื่อว่าอีก 3-4 ปีข้างหน้าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง
รมต.สุวิทย์ “SEP for SDGs: หัวใจขับเคลื่อนThailand 4.0”  ผสานพลังสู่การปฏิบัติจริง ขับเคลื่อนผ่านภาคีเครือข่ายประชารัฐและกองทุนหมู่บ้าน
 
รมต.สุวิทย์ “SEP for SDGs: หัวใจขับเคลื่อนThailand 4.0”  ผสานพลังสู่การปฏิบัติจริง ขับเคลื่อนผ่านภาคีเครือข่ายประชารัฐและกองทุนหมู่บ้าน
รมต.สุวิทย์ “SEP for SDGs: หัวใจขับเคลื่อนThailand 4.0”  ผสานพลังสู่การปฏิบัติจริง ขับเคลื่อนผ่านภาคีเครือข่ายประชารัฐและกองทุนหมู่บ้าน
 
รมต.สุวิทย์ “SEP for SDGs: หัวใจขับเคลื่อนThailand 4.0”  ผสานพลังสู่การปฏิบัติจริง ขับเคลื่อนผ่านภาคีเครือข่ายประชารัฐและกองทุนหมู่บ้าน
 

ข่าวการพัฒนาที่ยั่งยืน+หัวใจขับเคลื่อนวันนี้

ยัสปาล กรุ๊ป เดินหน้ายกระดับโลจิสติกส์ด้วยรถบรรทุกไฟฟ้า (EV truck) ตอกย้ำวิสัยทัศน์สร้างความยั่งยืน

ยัสปาล กรุ๊ป หรือ บริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้นำธุรกิจสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์แห่งภูมิภาคอาเซียน เดินหน้าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการปรับเปลี่ยนระบบโลจิสติกส์มาใช้พลังงานสะอาด โดยเริ่มใช้งานรถบรรทุกไฟฟ้า (EV Truck) สำหรับการขนส่งสินค้าทั่วประเทศ พร้อมขยายผลสู่การลดของเสีย (Waste Reduction) ในกระบวนการดำเนินงาน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม นายจรัญ สิงห์สัจจเทศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยัสปาล กรุ๊ป หรือ บริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน)

องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ... อ.ส.ค. มอบรางวัลการประกวดโคนม ครั้งที่ 40 ยกระดับการเลี้ยงโคนมของเกษตรกรไทย — องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) จัดการประกวดโคนมระดับประเทศใ...

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่ง... การเคหะแห่งชาติพาชุมชนดินแดงสุขภาพดีด้วยการแพทย์แผนไทย — นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า การเคหะแห่งชาติมีโครงการที่อยู่อาศัยในคว...