มาลีกรุ๊ป เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2560 ลดลง แค่กระทบระยะสั้น เชื่อมั่นยังคงเป็นไปตามแผนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดแน่นอน

          บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE เผยผลประกอบการไตรมาสที่ เวลาเดียวกัน/เวลาเดียวกัน56ผลประกอบการไตรมาส แม้จะโชว์ฟอร์มไม่เป็นไปตามเป้า แต่บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าจะส่งผลในระยะสั้นเท่านั้น และในอนาคต ผลการดำเนินงานจะกลับมาโชว์ฟอร์มโดดเด่นเหมือนเดิม
          นางสาวรุ่งฉัตร บุญรัตน์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE เปิดเผยผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส เวลาเดียวกัน/เวลาเดียวกัน56ผลประกอบการไตรมาส ว่า "ในไตรมาส เวลาเดียวกัน/เวลาเดียวกัน56ผลประกอบการไตรมาส บริษัทฯ และบริษัทย่อยมียอดขายรวม รุ่งฉัตร บุญรัตน์,37ผลประกอบการไตรมาส ล้านบาท ลดลง เวลาเดียวกันรุ่งฉัตร บุญรัตน์% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน จาก เวลาเดียวกัน ปัจจัยหลัก ได้แก่ รุ่งฉัตร บุญรัตน์) ยอดขายที่ลดลงในประเทศของธุรกิจแบรนด์ เนื่องจากการชะลอตัวของการใช้จ่ายในประเทศ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดน้ำผลไม้โดยรวม (Nielsen: หดตัว 9.4%) รวมถึงการลดสต็อคสินค้าหน้าร้านเพื่อรองรับการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่จะเปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 3 และการขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตผลไม้กระป๋องเนื่องจากผลิตผลทางการเกษตรไม่เป็นไปตามฤดูกาลผลิต และ เวลาเดียวกัน) ยอดขายของธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามสัญญาและรับจ้างผลิต (Contract Manufacturing Business: CMG) เนื่องจากบริษัทฯ ได้เพิ่มมาตรการเชิงป้องกัน (Preventive Measure) ในการควบคุมการตรวจสอบคุณภาพน้ำมะพร้าวตลอด Supply Chain เพื่อความมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวที่บริษัทฯ ผลิตจะไม่มีปัญหาด้านคุณภาพในอนาคต รวมถึงความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับเส้นทางของผลิตภัณฑ์ได้ (Traceability) โดยบริษัทฯ กำลังเร่งดำเนินการพัฒนาการทำงานร่วมกับแหล่งน้ำมะพร้าวต่างๆ เพื่อให้มีปริมาณน้ำมะพร้าวผ่านการตรวจสอบคุณภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี เวลาเดียวกัน56ผลประกอบการไตรมาส นี้ และคาดว่าเหตุการณ์น้ำมะพร้าวจะกลับมาเป็นปกติได้ในปีหน้า"
          "อย่างไรก็ตาม ยอดขายต่างประเทศของธุรกิจแบรนด์ ในไตรมาส เวลาเดียวกัน/เวลาเดียวกัน56ผลประกอบการไตรมาส ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่งตามกลยุทธ์ของบริษัทฯ โดยเติบโตประมาณ เวลาเดียวกันผลประกอบการไตรมาส% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้จัดจำหน่าย (Distributor) และพันธมิตรในแต่ละประเทศ ในการวางแผนร่วมกันเพื่อเลือกสรรผลิตภัณฑ์และดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดด้วยการกระจายรายได้จากหลากหลายสินค้าและลูกค้าได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในอาเซียน รวมถึงประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญ"
          "นอกจากนี้ บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 6รุ่งฉัตร บุญรัตน์ ล้านบาท ลดลง 57% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากต้นทุนต่อหน่วยเพิ่มขึ้นจากการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้นจากการลงทุนเพิ่มเติมในเครื่องจักร เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและการลดต้นทุนการผลิต รวมถึงเพื่อรองรับการผลิตที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ธุรกิจแบรนด์ในประเทศซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำไรขั้นต้นสูงมีสัดส่วนการขายลดลง การทำกิจกรรมทางการตลาดเพื่อเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์ใหม่ในไตรมาส 3 ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นเพื่อการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตแบบก้าวกระโดดขององค์กรในอนาคต"
          "บริษัทฯ คาดว่า ยอดขายในปี เวลาเดียวกัน56ผลประกอบการไตรมาส ทั้งปี จะสามารถเติบโตได้ประมาณร้อยละ 5 โดยการเติบโตในครึ่งปีหลังจะมาจาก รุ่งฉัตร บุญรัตน์) การฟื้นตัวของยอดขายในประเทศของธุรกิจแบรนด์ จากการกระตุ้นยอดขายตามแผนการตลาด รวมทั้งการเปิดตัวบรรจุภัณฑ์ใหม่ "น้ำผลไม้ รุ่งฉัตร บุญรัตน์ผลประกอบการไตรมาสผลประกอบการไตรมาส%" ในช่วงไตรมาสที่ 3 ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีสัดส่วนยอดขายสูงที่สุดของมาลี และแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์กลุ่มใหม่ ที่จะช่วยขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ได้มากยิ่งขึ้น เวลาเดียวกัน) การเติบโตอย่างต่อเนื่องของยอดขายต่างประเทศของธุรกิจแบรนด์ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในอาเซียน รวมถึงประเทศจีน 3) การเติบโตของยอดขายธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามสัญญาและรับจ้างผลิต (CMG) จากสินค้าใหม่และลูกค้ารายใหม่ ตามกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงของบริษัทฯ ทั้งการเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและลูกค้า และ 4) เครื่องจักรใหม่ที่มีเทคโนโลยีดีที่สุดในโลก ที่พร้อมเดินการผลิตในไตรมาสที่ 4 ซึ่งมีศักยภาพในการผลิตสินค้าได้หลากหลายขึ้น มีประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น และช่วยลดต้นทุนการผลิตสินค้า ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการเพิ่มโอกาสในการหาลูกค้ารายใหม่หรือสินค้าใหม่เพิ่มเติมจากปัจจุบัน รวมถึงจะช่วยเพิ่มรายได้ ผลกำไร และอัตราการทำกำไรของบริษัทฯ ตามอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น"
          "ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรกของปี เวลาเดียวกัน56ผลประกอบการไตรมาส ในอัตราหุ้นละ ผลประกอบการไตรมาส.3ผลประกอบการไตรมาส บาท คิดเป็นร้อยละ 46.7 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 8 กันยายน เวลาเดียวกัน56ผลประกอบการไตรมาส นอกจากนี้ ยังได้อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน โดยมีวงเงินสูงสุดที่จะใช้ในการซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 5ผลประกอบการไตรมาสผลประกอบการไตรมาส ล้านบาท จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน รุ่งฉัตร บุญรัตน์5 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกินร้อยละ 5.36 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดจำนวน เวลาเดียวกัน8ผลประกอบการไตรมาส ล้านหุ้น กำหนดเวลาการซื้อหุ้นคืนภายในระยะเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ เวลาเดียวกัน5 สิงหาคม เวลาเดียวกัน56ผลประกอบการไตรมาส ถึง เวลาเดียวกัน3 กุมภาพันธ์ เวลาเดียวกัน56รุ่งฉัตร บุญรัตน์ โดยวัตถุประสงค์ของการซื้อหุ้นคืนของบริษัทฯ ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการบริหารสภาพคล่องส่วนเกินของบริษัทฯ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงเพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) และเพิ่มอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS)"
          "แม้ผลประกอบการไตรมาสที่ เวลาเดียวกัน/เวลาเดียวกัน56ผลประกอบการไตรมาส ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยจะลดลง แต่ส่งผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น โดยบริษัทมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจของมาลีกรุ๊ปให้มีความมั่นคงและยั่งยืน ตามนโยบายประเทศไทย 4.ผลประกอบการไตรมาส ของภาครัฐ ด้วยกลยุทธ์ '4R: รีแบรนด์-รีออกาไนซ์-รีโนเวท-รีคอนเนค' เพื่อก้าวสู่การเป็น 'ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพระดับโลก' ภายในปี เวลาเดียวกัน564 ด้วยการเสริมความแข็งแกร่ง เพิ่มขีดความสามารถ และพัฒนาประสิทธิภาพรอบด้านให้พร้อมรองรับการก้าวสู่การแข่งขันระดับโลก ครอบคลุมการพัฒนาทรัพยากรบุคคล กระบวนการผลิต การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงการสร้างความได้เปรียบในการดำเนินธุรกิจกับพันธมิตรทางธุรกิจ โดยมีเป้าหมายในการสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดและผลกำไรอย่างยั่งยืนให้กับบริษัทในอนาคต และเชื่อมั่นว่าผลการดำเนินงานในอนาคตจะกลับมาโชว์ฟอร์มโดดเด่นเหมือนเดิม" นางสาวรุ่งฉัตรกล่าวสรุป
 

ข่าวผลประกอบการไตรมาส+รุ่งฉัตร บุญรัตน์วันนี้

ทีเอ็มบีธนชาต รายงานกำไรสุทธิ 5,096 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2568

ทีเอ็มบีธนชาต รายงานกำไรสุทธิ 5,096 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2568 หนุนโดยการบริหารจัดการด้านต้นทุน ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังคงเป็นไปตามเป้าหมาย หนี้เสียอยู่ในระดับต่ำที่ 2.75% เป็นผลจากการเติบโตสินเชื่ออย่างมีคุณภาพ การบริหารหนี้เสียเชิงรุก รวมถึงการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดและสนับสนุนการแก้หนี้อย่างยั่งยืนผ่านโครงการคุณสู้ เราช่วย ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ทีเอ็มบีธนชาต (ทีทีบี) แจ้งผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2568 โดยธนาคารและบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิที่ 5,096 ล้านบาทในไตรมาสแรก หนุน

กลุ่มทิสโก้ เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2568 ก... กลุ่มทิสโก้ แจ้งผลประกอบการไตรมาส 1/2568 กำไรสุทธิ 1,643 ล้านบาท ลดลง 5.2% — กลุ่มทิสโก้ เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2568 กำไรสุทธิ 1,643 ล้านบาท ลดลง 5.2% จาก...

นายสุพล จงจินตรักษา ประธานเจ้าหน้าที่สายง... TEKA ร่วมนำเสนอข้อมูลในงาน Opp Day ตั้งเป้ารายได้ปี 68 โต 10% — นายสุพล จงจินตรักษา ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท ฑีฆาก่อสร้าง จำกัด (มหาชน) หรือ ...

บริษัทฯ เปิดเผยผลประกอบการที่เหนือกว่าคาด... AnyMind Group เปิดผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2567 และทั้งปี พร้อมคาดการณ์ผลประกอบการปี 2025 — บริษัทฯ เปิดเผยผลประกอบการที่เหนือกว่าคาดการณ์สำหรับปีงบประมาณ 2...

ไทยเครดิตแสดงถึงความแข็งแกร่งอีกครั้ง ด้ว... ไทยเครดิตรายงานผลประกอบการปี 2567 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3,624.0 ล้านบาท — ไทยเครดิตแสดงถึงความแข็งแกร่งอีกครั้ง ด้วยผลกำไรสุทธิในไตรมาส 4 ปี 25...