ก.ล.ต. หนุนให้มีผู้ให้บริการวางแผนทางการเงิน ใช้ฟินเทคตอบโจทย์การลงทุนที่ประชาชนเข้าถึงได้ พร้อมเผยแนวทางการกำกับดูแลไอซีโอที่เป็นหลักทรัพย์

          ก.ล.ต. สนับสนุนให้มีผู้ให้บริการวางแผนทางการเงิน (wealth advisor) ที่มีคุณภาพ ประชาชนเข้าถึงได้ ส่งเสริมการใช้ฟินเทคเป็นเครื่องมือช่วยวางแผนทางการเงิน และเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดแนวทางการกำกับดูแลไอซีโอที่เป็นหลักทรัพย์ 
          นางณัฐญา นิยมานุสร ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า "ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการมีผู้ให้บริการวางแผนทางการเงินสำหรับประชาชน ต้องการให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนทางการเงินให้เป็นทักษะชีวิต เนื่องจากสภาพปัจจุบันที่สังคมไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแต่มีเงินไม่พอใช้ในวัยเกษียณ อีกทั้งผลตอบแทนจากการลงทุนของผู้ลงทุนยังไปไม่ถึงเป้าหมายหรือไม่เพียงพอต่อความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินในระยะยาว ก.ล.ต. จึงเดินหน้าแผนยุทธศาสตร์หลักของปีนี้ สนับสนุนผู้ให้บริการด้านการให้คำแนะนำและวางแผนทางการเงินที่ประชาชนเข้าถึงได้และมีคุณภาพ ส่งเสริมการใช้ฟินเทคเพื่อตอบโจทย์และเป็นเครื่องมือช่วยวางแผนทางการเงิน รวมถึงสร้างความตระหนักแก่ประชาชนจนนำไปสู่การปฏิบัติจริง 
          สำหรับการสนับสนุนให้เกิดผู้ให้บริการด้านการให้คำแนะนำและวางแผนทางการเงิน ก.ล.ต. จะแก้เกณฑ์เพื่อดึงดูดและลดอุปสรรคแก่ผู้ประกอบการทั้งรายปัจจุบันและรายใหม่ เพื่อให้มีบริการด้านการให้คำแนะนำและวางแผนทางการเงินมากขึ้น เบื้องต้นเห็นว่า ผู้ให้บริการวางแผนทางการเงินอย่างครบวงจร จะประกอบด้วย 5 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ 
          (ณัฐญา นิยมานุสร) การสำรวจและรู้จักตัวตนของลูกค้า และการตรวจสุขภาพทางการเงิน โดยให้ลูกค้าทำแบบทดสอบความเสี่ยงที่ยอมรับได้และระบุเป้าหมายที่ต้องการ 
          (2) การกำหนดแผนจัดสรรการลงทุนตามความเสี่ยงที่รับได้และเป้าหมายที่ลูกค้ากำหนด 
          (3) การลงทุนให้เป็นไปตามแผนจัดสรรการลงทุน โดยคัดเลือกตราสารที่เหมาะสม 
          (4) การติดตามและปรับสัดส่วนการลงทุนให้สอดคล้องกับความเสี่ยงและเป้าหมายการลงทุน 
          และ (5) การรายงานภาพรวมการลงทุนของลูกค้า ซึ่งหากผู้ประกอบธุรกิจสามารถให้บริการได้ครบทั้ง 5 ส่วนดังกล่าว น่าจะช่วยตอบโจทย์แก่ประชาชนในการวางแผนทางการเงินในระยะยาว เพื่อสุขภาพทางการเงินที่ดีได้" 

          นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า "ผลการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลไอซีโอที่เป็นหลักทรัพย์ ภายหลังให้ผู้เกี่ยวข้องร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านหลากหลายช่องทางเป็นเวลาประมาณ 3 เดือน โดยสิ้นสุดระยะเวลารับฟังความคิดเห็นไปเมื่อ 22 มกราคมที่ผ่านมานั้น ผู้แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการกำกับดูแลไอซีโอที่เป็นหลักทรัพย์โดย ก.ล.ต. ซึ่งจะเริ่มจากการทดลองเปิดช่องทางไอซีโอที่มีลักษณะเป็น "ส่วนแบ่งร่วมลงทุน" ซึ่งไม่ใช่หลักทรัพย์ที่มีอยู่แล้วอย่างหุ้นหรือตราสารหนี้ รวมทั้งเห็นด้วยกับการกำหนดให้ต้องระดมทุนดังกล่าวผ่าน ไอซีโอ พอร์ทัล ที่ ก.ล.ต. ยอมรับ โดยเปิดให้เสนอขายไอซีโอต่อผู้ลงทุนสถาบัน กิจการร่วมลงทุน นิติบุคคลร่วมลงทุน และผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ ส่วนกรณีผู้ลงทุนรายย่อย ก.ล.ต.ได้รับความเห็นหลากหลายเกี่ยวกับความเหมาะสมของการจำกัดวงเงินลงทุนใน ICO ซึ่ง ก.ล.ต. จะนำความเห็นจากทุกฝ่ายมาประกอบการพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้เหมาะสมยิ่งขึ้นต่อไป" 
          ทั้งนี้ ก.ล.ต. จะนำเสนอผลการรับฟังความเห็นนี้ต่อคณะกรรมการกำกับตลาดทุนและคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับแนวทางในการกำกับดูแลที่ชัดเจนภายในไตรมาส ณัฐญา นิยมานุสร นี้
          "ก.ล.ต. ขอย้ำว่า เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีการกำกับดูแลไอซีโอ ตลอดจนไอซีโอส่วนใหญ่เป็นธุรกรรมข้ามประเทศ ประชาชนจึงมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับความคุ้มครองและการเยียวยาตามกฎหมาย นอกจากนี้ ประชาชนควรทำความเข้าใจลักษณะโครงการที่มาระดมทุนและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน และควรตระหนักว่า การลงทุนในไอซีโอเป็นการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพซึ่งแม้มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงหากโครงการประสบความสำเร็จ แต่ก็มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเสียเงินลงทุนทั้งจำนวนได้เช่นกัน และยังอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาและการขาดสภาพคล่องของดิจิทัลโทเคน ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ รวมทั้งการถูกฉ้อโกงหรือหลอกลวงจากผู้มีเจตนาทุจริตด้วย" นายรพีกล่าว

ก.ล.ต. หนุนให้มีผู้ให้บริการวางแผนทางการเงิน ใช้ฟินเทคตอบโจทย์การลงทุนที่ประชาชนเข้าถึงได้ พร้อมเผยแนวทางการกำกับดูแลไอซีโอที่เป็นหลักทรัพย์
ก.ล.ต. หนุนให้มีผู้ให้บริการวางแผนทางการเงิน ใช้ฟินเทคตอบโจทย์การลงทุนที่ประชาชนเข้าถึงได้ พร้อมเผยแนวทางการกำกับดูแลไอซีโอที่เป็นหลักทรัพย์

ข่าวสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์+ณัฐญา นิยมานุสรวันนี้

ก.ล.ต. ร่วม Meta และ Facebook ประเทศไทย เสริมสร้างการปกป้องแบรนด์และทรัพย์สินทางปัญญา

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศความร่วมมือล่าสุดกับ Meta Platforms, Inc. และ Facebook ประเทศไทย ผ่านกิจกรรมการอบรมให้ความรู้มุ่งเน้นการเสริมสร้างการปกป้องธุรกิจและทรัพย์สินแบรนด์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน 2568 ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ภาคธุรกิจมีความรู้และมีเครื่องมือในการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา (IP) อาทิ เครื่องมือป้องกันสิทธิ์แบรนด์ (Brand Rights Protection) และเครื่องหมายการตรวจสอบยืนยัน หรือ Meta Verified เป็นต้น โดยส่งเสริมให้ภาคธุรกิจนำไปใช้

ก.ล.ต. ออกเกณฑ์กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (Thailand ESG Extra Fund) มีผลใช้บังคับ 16 เมษายนนี้

ก.ล.ต. เผยแพร่เกณฑ์การจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (Thai ESGX) ที่มีนโยบายการลงทุนในทรัพย์สินที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน หรือสิ่งแวดล้อม โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่...

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 บริษัท บิทคับ อ... Bitkub Exchange ประกาศลิสต์ Summer Point Token (SUMX)เปิดโอกาสลงทุนอสังหาริมทรัพย์ผ่าน Tokenization — เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกั...

ก.ล.ต. จัดงานสัมมนา "Governance for Susta... ก.ล.ต. จัดงานสัมมนา "Governance for Sustainability - Instilling Governance for Sustainable Value Creation" — ก.ล.ต. จัดงานสัมมนา "Governance for Sustainab...