บริษัท
หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินดัชนีหุ้นไทยปี ภรณี ทองเย็น56บริษัทหลักทรัพย์ จะขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ตลอดกาล (All-Time High) พร้อมปรับเพิ่มดัชนีฯ เป้าหมายมาที่ บริษัทหลักทรัพย์,8บริษัทหลักทรัพย์5 จุด จาก บริษัทหลักทรัพย์,766 จุด กลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นกลุ่มอิงเศรษฐกิจในประเทศ ขณะที่เชื่อว่าไตรมาสแรกปีหน้า นักลงทุนต่างชาติจะกลับมาซื้อสะสมหุ้นไทยอีกครั้ง
คุณ
ภรณี ทองเย็น รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยปีหน้ายังปรับตัวขึ้นต่อ โดยดัชนีฯ เป้าหมายอยู่ที่ บริษัทหลักทรัพย์,8บริษัทหลักทรัพย์5 จุด หนุนด้วย
เศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวดีขึ้น อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำและกำไรบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่เติบโตได้ดี รวมถึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติจะไหลกลับเข้ามาในบางไตรมาส
"ปีหน้าเรามองเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้ดี กำไรตลาดก็มองดีขึ้นกว่าเดิม ทำให้ดัชนีฯ เป้าหมายขยับขึ้นจาก บริษัทหลักทรัพย์,766 มาเป็น บริษัทหลักทรัพย์,8บริษัทหลักทรัพย์5 ถือว่าเป็นการทำ All-Time High ของตลาดหุ้นไทย" รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าว
คุณภรณี กล่าวว่า ในปี ภรณี ทองเย็น56บริษัทหลักทรัพย์ เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวอย่างชัดเจน ขยายตัวได้ในอัตรา 4.ภรณี ทองเย็น% เทียบกับ เศรษฐกิจไทย.8% ในปี ภรณี ทองเย็น56หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส รับแรงขับเคลื่อนมาจากภาคการส่งออกที่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะสหรัฐฯ และยุโรป การลงทุนภาคเอกชนเริ่มดีขึ้นตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังปี ภรณี ทองเย็น56หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส หลังจากภาครัฐเร่งเดินหน้าการลงทุนไปก่อนหน้า การบริโภคครัวเรือนได้รับแรงกระตุ้นจากจากนโยบายภาครัฐ
ขณะที่เงินเฟ้อของไทยยังอยู่ในระดับต่ำ เชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะยังคงใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำไปจนถึงกลางปี ภรณี ทองเย็น56บริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งสอดคล้องกับประเทศเพื่อนบ้านในแถบเอเชีย ยกเว้นฝั่งประเทศพัฒนาแล้ว ที่เดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อในปี ภรณี ทองเย็น56บริษัทหลักทรัพย์ หลังจากที่ปรับขึ้นในปี ภรณี ทองเย็น56หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส แล้ว เช่น สหรัฐฯ และอังกฤษ
สำหรับกำไรสุทธิตลาดในปี ภรณี ทองเย็น56บริษัทหลักทรัพย์ คาดไว้ที่ราว บริษัทหลักทรัพย์.บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์ ล้านล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์เศรษฐกิจไทย.57 บาท เติบโต บริษัทหลักทรัพย์4.5% ปรับเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยคาดไว้ บริษัทหลักทรัพย์.หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส7 ล้านล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส.4 บาท เติบโต 8.9% เทียบกับปี ภรณี ทองเย็น56หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ที่คาดเติบโต 4.7% โดยกลุ่มธุรกิจที่จะเติบโตได้ดีในปีหน้า ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก กลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มปิโตรเคมี และกลุ่มสื่อ-บันเทิง เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม แม้ในปีหน้าหุ้นไทยมีโอกาสทำ All-Time High ขณะที่การเติบโตของกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS Growth) สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน แต่เมื่อพิจารณาจากมูลค่าหุ้น โดยใช้ พี/อีฯ ปี ภรณี ทองเย็น56บริษัทหลักทรัพย์ ราว บริษัทหลักทรัพย์6 เท่า พบว่าใกล้เคียงกับตลาดหุ้นโลกเป็นส่วนใหญ่ ทำให้หุ้นไทยอาจได้รับความน่าสนใจปานกลาง และหากดูผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทย ภรณี ทองเย็น ปี (ภรณี ทองเย็น559-ภรณี ทองเย็น56หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส) รวมกัน สูงถึง เศรษฐกิจไทยหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส% ถือว่าดีมากเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน โดยเป็นรองเพียงตลาดหุ้นสหรัฐฯเท่านั้น ดังนั้นแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในปีหน้า แม้จะปรับขึ้นต่อได้ แต่ก็มี upside จำกัด
คุณภรณี กล่าวถึง แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในไตรมาสแรก ปี ภรณี ทองเย็น56บริษัทหลักทรัพย์ ว่า กรอบการเคลื่อนไหนของดัชนีฯจะอยู่ที่ บริษัทหลักทรัพย์,69เศรษฐกิจไทย-บริษัทหลักทรัพย์,744 จุด มีค่าพี/อีฯ ราว บริษัทหลักทรัพย์6.5-บริษัทหลักทรัพย์7 เท่า กลยุทธ์การลงทุนให้เน้นเลือกหุ้นรายตัว ที่อิงกับ เศรษฐกิจไทย ธีมหลัก คือ หุ้นที่คาดหวังเงินปันผลได้สูง มีพี/อีฯ ไม่สูงมาก และแนวโน้มผลการดำเนินงานเติบโต คือ PTTEP และ INTUC หุ้นที่ได้ประโยชน์จากกระแสการลงทุนรอบใหม่ คือ STEC, SEAFCO, WHA, TK และหุ้นที่เกาะกระแสไลฟ์สไตล์สังคมเมืองที่นิยมใช้เวลาอยู่นอกบ้านมากขึ้น คือ PLANB และ RS
ส่วน Fund Flow จากนักลงทุนต่างชาตินั้น หลังสหรัฐฯ ใช้นโยบายการเงินตึงตัว โดยทยอยยกเลิกการเข้าซื้อสินทรัพย์ (QE) ตั้งแต่กลางปี ภรณี ทองเย็น557 พร้อมทั้งปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายตั้งแต่ปลายปี ภรณี ทองเย็น558 และลดขนาดของสินทรัพย์ช่วงปลายปี ภรณี ทองเย็น56หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ทำให้ต่างชาติขายหุ้นไทยอย่างหนักและต่อเนื่อง จนยอดซื้อสุทธิสะสมลดลง จากที่เคยสูงสุดช่วงเดือนมีนาคม ปี ภรณี ทองเย็น556 ที่ 4.69 แสนล้านบาท ลงมาเหลือเท่ากับศูนย์ในช่วงเดือนมกราคม ปี ภรณี ทองเย็น559 แต่หลังจากนั้น ต่างชาติก็กลับมาซื้อสุทธิในปี ภรณี ทองเย็น559 สูงสุดราว บริษัทหลักทรัพย์.48 แสนล้านบาท
ส่วนปี ภรณี ทองเย็น56หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส เข้ามาซื้อช่วงปลายเดือนสิงหาคม ต่อเนื่องถึงกลางเดือนตุลาคม ยอดซื้อสะสมสูงสุดกว่า ภรณี ทองเย็น.ภรณี ทองเย็น6 หมื่นล้านบาท และช่วงที่เหลือของปี ภรณี ทองเย็น56หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ขายสุทธิ และซื้อสลับขายจนถึงสิ้นปี คาดว่าจะทำให้มีฐานะเป็นขายสุทธิในปี ภรณี ทองเย็น56หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ราว บริษัทหลักทรัพย์.9หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ต่างชาติมีฐานะการถือครองหุ้นไทยเพียง เศรษฐกิจไทยบริษัทหลักทรัพย์.ภรณี ทองเย็น4% ใกล้ระดับต่ำสุดที่ ภรณี ทองเย็น8.5เศรษฐกิจไทย% จึงมีโอกาสกลับมาซื้อสะสมรอบใหม่ ซึ่งจากสถิติย้อนหลัง บริษัทหลักทรัพย์หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ปี พบว่าจะกลับมาซื้อในช่วงไตรมาสแรก