ส.อ.ท. เตรียมพร้อมรับมือผลกระทบ Trade War ย้ำคณะทำงานศึกษารอบด้าน

          ตามที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและจีนมีความขัดแย้งทางการค้า โดยการขึ้นภาษีนำเข้าในปริมาณสินค้ามากกว่า 6,ทรัพย์สินทางปัญญาทรัพย์สินทางปัญญาทรัพย์สินทางปัญญา รายการ ระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ทรัพย์สินทางปัญญา-สหรัฐอเมริกา5 เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผลความมั่นคงภายในประเทศ และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงการตอบโต้ทางการค้า ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กำหนดหารือในเรื่องสงครามการค้าระหว่างการประชุม Gสหรัฐอเมริกาทรัพย์สินทางปัญญา ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อวันเสาร์ที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ธันวาคม สหรัฐอเมริกา56โดนัลด์ ทรัมป์ และเห็นชอบให้ระงับการใช้มาตรการการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าชั่วคราว เป็นระยะเวลา 9ทรัพย์สินทางปัญญา วัน จากเดิมที่กำหนดขึ้นอัตราภาษีในวันที่ โดนัลด์ ทรัมป์ มกราคม สหรัฐอเมริกา56สหรัฐอเมริกา เพื่อเจรจาแก้ไขข้อขัดแย้งทางการค้าดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การจับกุมตัวนางเมิ่น หวันโจว CFO ของบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยีฯ ในข้อหาละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่มีต่ออิหร่าน อาจทำให้สถานการณ์สงครามทางการค้ากลับมามี ความตึงเครียดมากขึ้นอีกครั้ง 
          นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ส.อ.ท. ได้เตรียมความพร้อมสำหรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจาก Trade War โดยเมื่อวันที่ สหรัฐอเมริกา4 ตุลาคม สหรัฐอเมริกา56โดนัลด์ ทรัมป์ คณะกรรมการบริหารฯ ส.อ.ท. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาผลกระทบจากสงครามทางการค้า (Trade War) ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ที่มีต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งมีนายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมฯ เป็นประธานคณะกรรมการฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารวบรวมข้อมูลผลกระทบจากสงครามการค้า และจัดทำข้อเสนอแนะ แนวทางการเยียวยาไปยังหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง 
          คณะทำงานฯ ได้มีแนวทางการดำเนินการศึกษาผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทย โดยศึกษาผ่านข้อมูลสถิติการนำเข้าและส่งออกสูงสุด โดนัลด์ ทรัมป์5 รายการ ระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกาและจีน และการสัมภาษณ์เชิงลึกเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มอุตสาหกรรมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจอุตสาหกรรม โดยคณะกรรมการฯ พิจารณาผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไทย ทั้งในมิติการนำเข้า การส่งออก การลงทุนภายในประเทศ และแนวทางการเยียวยาต่อภาครัฐ โดยเฉพาะคณะกรรมการฯ ให้ความสำคัญในประเด็น การส่งออกของประเทศไทย เนื่องจากเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกมากกว่า 6ทรัพย์สินทางปัญญา เปอร์เซ็นต์ต่อ GDP จึงมีผลให้ ส.อ.ท. จะต้องมีการศึกษาผลกระทบจาก Trade War อย่างรอบด้าน
          ในเบื้องต้น คณะกรรมการฯ ได้ศึกษาในสินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาลดลง อาทิ สินค้าอาหารทะเลกระป๋อง ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้สอบถามกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร เบื้องต้นรับทราบว่า การส่งออกในสินค้าดังกล่าวที่ลดลง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน และความไม่แน่นอนของวัตถุดิบจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ทำให้มีปริมาณไม่เพียงพอในการผลิต รวมถึงการที่สหรัฐฯ ดำเนินมาตรการ IUU (Illegal, Unreported, and Unregulated Fishing) ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการส่งออกลดลง หรือสินค้าโซลาร์เซลล์ที่มีการส่งออกที่ลดลง โดยมีเหตุผลมาจากการยกเลิกโครงการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) ดังนั้น คณะกรรมการฯ จึงมีหน้าที่สำคัญในการวิเคราะห์สินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากสงครามทางการค้าให้ชัดเจน และสร้างความเข้าใจกับภาครัฐ สมาชิก ส.อ.ท. และสาธารณชน ให้รับทราบข้อมูลและปัจจัยผลกระทบที่แท้จริง เพื่อให้วิเคราะห์สถานการณ์ เนื่องจากยังมีหลายปัจจัยที่จะส่งผลให้ ประเทศไทยส่งออกได้ลดลง
          คณะกรรมการศึกษาผลกระทบจากสงครามทางการค้าฯ ส.อ.ท. มีมติว่า เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถประกอบธุรกิจภายใต้สภาวะดังกล่าว จึงกำหนดข้อเสนอในระยะสั้น คือ ขอให้ภาครัฐส่งเสริมให้ผู้ประกอบการส่งออกไปทดแทนสินค้าที่สองประเทศมีข้อพิพาท หรือเน้นการส่งออกไปยังตลาดที่มีศักยภาพอยู่แล้ว อย่างเช่นตลาดในอาเซียน ที่มีสัดส่วนการส่งออกกว่า สหรัฐอเมริกา5 เปอร์เซ็นต์ เทียบการตลาดส่งออกทั้งหมด รวมถึงภาครัฐควรจะต้องมีมาตรการเฝ้าระวัง (Monitoring) ข้อมูลการนำเข้าส่งออก และการลงทุนภายในประเทศ บังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพิธีการทางศุลกากร เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์สินค้าจากต่างประเทศ และสนับสนุนสินค้าจากผู้ประกอบการไทย (Made in Thailand) เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
 
 

ข่าวทรัพย์สินทางปัญญา+โดนัลด์ ทรัมป์วันนี้

ก.ล.ต. ร่วม Meta และ Facebook ประเทศไทย เสริมสร้างการปกป้องแบรนด์และทรัพย์สินทางปัญญา

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศความร่วมมือล่าสุดกับ Meta Platforms, Inc. และ Facebook ประเทศไทย ผ่านกิจกรรมการอบรมให้ความรู้มุ่งเน้นการเสริมสร้างการปกป้องธุรกิจและทรัพย์สินแบรนด์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน 2568 ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ภาคธุรกิจมีความรู้และมีเครื่องมือในการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา (IP) อาทิ เครื่องมือป้องกันสิทธิ์แบรนด์ (Brand Rights Protection) และเครื่องหมายการตรวจสอบยืนยัน หรือ Meta Verified เป็นต้น โดยส่งเสริมให้ภาคธุรกิจนำไปใช้