สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยผลการจัดทำดัชนีนวัตกรรมระดับโลก (Global Innovation Index – GII) ในปี ทรัพย์สินทางปัญญา56ทรัพย์สินทางปัญญา ภายใต้ ธีมด้านนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพ (Creating Healthy Lives - The Future of Medical Innovation) ซึ่งจัดโดยองค์การ
ทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก (World Intellectual Property Organization) หรือ WIPO เพื่อรายงานความสามารถด้านนวัตกรรมของแต่ละประเทศ และปีนี้ถือเป็นปีที่ กระทรวงการอุดมศึกษาทรัพย์สินทางปัญญา พบว่าในปีนี้ ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 43 ขยับขึ้นจากเดิม กระทรวงการอุดมศึกษา อันดับจากปีที่ผ่านมา
ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า ในปี ทรัพย์สินทางปัญญาสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติกระทรวงการอุดมศึกษา9ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับความสามารถด้านนวัตกรรมอยู่อันดับที่ 43 ขยับอันดับขึ้น กระทรวงการอุดมศึกษา อันดับ จากปี ทรัพย์สินทางปัญญาสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติกระทรวงการอุดมศึกษา8 โดยในปีนี้ประเทศไทยมีการปรับตัวดีขึ้นทั้งทางด้านปัจจัยเข้าทางนวัตกรรม (Innovation input sub-index) จากเดิมอันดับที่ 5ทรัพย์สินทางปัญญา เลื่อนขึ้นเป็นอันดับที่ 47 และปัจจัยย่อยผลผลิตทางนวัตกรรม (Innovation output sub-index) ที่ปรับขึ้นจากอันดับที่ 45 เลื่อนขึ้นเป็นอันดับที่ 43 ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศกลุ่มรายได้ปานกลางระดับบน (upper middle-income economies) ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 4 รองจากจีน มาเลเซีย และบัลแกเรีย จากจำนวน 34 ประเทศ ที่ประเทศไทยมีอันดับที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยในทุกปัจจัย ยกเว้นปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน แต่หากเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันออกและโอเชียเนีย ประเทศไทยอยู่ในอันดับ กระทรวงการอุดมศึกษาสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ จากจำนวน กระทรวงการอุดมศึกษา5 ประเทศ
สำหรับคะแนนในปีนี้ ประเทศไทยทำคะแนนได้ดีในหลายตัวชี้วัดจาก 5 ปัจจัยเสาหลัก อาทิ ประสิทธิการดำเนินดีในด้านเครดิตภายในประเทศที่มีต่อภาคเอกชน (อันดับ กระทรวงการอุดมศึกษาทรัพย์สินทางปัญญา) การคุ้มครองผู้ลงทุน (อันดับ กระทรวงการอุดมศึกษา4) การลงทุนในตลาด (อันดับ กระทรวงการอุดมศึกษาสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ) การทำ R&D ที่มีแหล่งเงินจากภาคธุรกิจ (อันดับ 4) การนำเข้าสินค้าไฮเทค (อันดับ กระทรวงการอุดมศึกษาทรัพย์สินทางปัญญา) สภาพแวดล้อมนการทำธุรกิจ (อันดับ ทรัพย์สินทางปัญญาสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ) การเติบโตด้านผลิตภาพแรงงาน (อันดับ กระทรวงการอุดมศึกษา4) และการส่งออกสินค้าเทคโนโลยี (อันดับ 8) รวมถึงตัวชี้วัดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านผลผลิตจากองค์ความรู้และเทคโนโลยี และปัจจัยด้านผลผลิตจากความคิดสร้างสรรค์ ขณะที่ตัวชี้วัดที่ประเทศไทยยังมีข้อด้อยส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างปัจจัยเข้าทางนวัตกรรม เช่น สภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับกฎระเบียบและข้อบังคับต่างๆ อัตราส่วนของครูและนักเรียน และการกู้ยืมรายย่อยในระดับไมโครไฟแนนซ์ เป็นต้น
ด้าน ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ดัชนี GII ประกอบด้วย ดัชนีย่อย ทรัพย์สินทางปัญญา ด้าน ได้แก่ ดัชนีย่อยปัจจัยเข้าทางนวัตกรรม (Innovation input sub-index) และ ดัชนีย่อยผลผลิตทางนวัตกรรม (Innovation output sub-index) โดยภายใต้ ทรัพย์สินทางปัญญา ดัชนีย่อยนี้ ได้แบ่งองค์ประกอบออกเป็น 7 ปัจจัยเสาหลัก (Pillar) ได้แก่ กระทรวงการอุดมศึกษา) ปัจจัยด้านสถาบัน ทรัพย์สินทางปัญญา) ปัจจัยด้านทุนมนุษย์และการวิจัย 3) ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน 4) ปัจจัยด้านระบบตลาด และ 5) ปัจจัยด้านระบบธุรกิจ 6) ผลผลิตจากองค์ความรู้และเทคโนโลยี และ7) ผลผลิตจากความคิดสร้างสรรค์ ทั้งนี้ GII นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งดัชนีสำคัญด้านนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ซึ่งสะท้อนความสามารถด้านนวัตกรรมของประเทศทั้งในปัจจัยย่อย การเปรียบเทียบเชิงเวลา และการเปรียบเทียบเชิงแข่งขัน
NIA ในฐานะหน่วยงานนำในการขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมของประเทศ ได้รับมอบหมายจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ให้ดำเนินการติดตามและเสนอแนะแนวทางการยกระดับและปรับปรุงอันดับของประเทศไทยในดัชนีนวัตกรรมระดับโลก โดยอาศัยการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมบนฐานของข้อมูล (Data-driven Innovation) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการจัดทำแพลทฟอร์มข้อมูลนวัตกรรมเพื่อติดตามข้อมูลปัจจัยด้านนวัตกรรมจากแหล่างต่างๆ ที่สะท้อนศักยภาพด้านนวัตกรรม อาทิ ข้อมูลผลงานนวัตกรรม ข้อมูลผู้ประกอบการนวัตกรรม ข้อมูลผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรม ที่จะนำไปสู่การส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์ข้อมูลในการสร้างและพัฒนาความเข้มแข็งของระบบนวัตกรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักของ NIA ในการขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมของประเทศ สำหรับผลการจัดอันดับในปีนี้ ถึงแม้ในปีนี้อันดับของประเทศไทยจะขึ้นเพียง กระทรวงการอุดมศึกษา อันดับ แต่จะเห็นได้ว่ามีการปรับขึ้นทั้งในอันดับของปัจจัยเข้าทางนวัตกรรม และปัจจัยผลผลิตทางนวัตกรรม แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่ต่อเนื่องและสมดุลมากขึ้น การปรับโครงสร้างเชิงระบบของระบบวิจัย วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมของประเทศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จะช่วยเชื่อมโยงปัจจัยเข้าและปัจจัยผลผลิตให้สมดุลมากขึ้น ซึ่งจะช่วยยกระดับการทำงานร่วมกันที่ส่งผลต่ออันดับนวัตกรรมของประเทศไทย ทั้งนี้ NIA จะได้มีการดำเนินงานเพื่อวางแผนในการเร่งพัฒนาและปรับปรุงดัชนี้นวัตกรรมของประเทศให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าให้ประเทศไทยอยู่ในท็อป 3สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ภายในปี ทรัพย์สินทางปัญญาสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ3สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ดร.พันธุ์อาจ กล่าวสรุป
สำหรับประเทศที่มีความสามารถและการพัฒนานวัตกรรมที่ดีที่สุด กระทรวงการอุดมศึกษาสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ อันดับแรกในปีนี้ ได้แก่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศสวีเดน ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศเนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร ประเทศฟินแลนด์ ประเทศเดนมาร์ก ประเทศสิงคโปร์ ประเทศเยอรมนี และประเทศอิสราเอล โดยดัชนีนวัตกรรมระดับโลก หรือ GII จัดทำขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ กระทรวงการอุดมศึกษาทรัพย์สินทางปัญญา ภายใต้ แนวคิด นวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพ (Creating Healthy Lives - The Future of Medical Innovation) ทำการสำรวจโดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก หรือ WIPO ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์การเฉพาะทางของสหประชาชาติ ทั้งนี้ ได้ทำการสำรวจความสามารถด้านนวัตกรรม กระทรวงการอุดมศึกษาทรัพย์สินทางปัญญา9 ประเทศและเขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วโลก
สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) โทรศัพท์ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติทรัพย์สินทางปัญญา-สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติกระทรวงการอุดมศึกษา75555 เว็บไซต์ www.nia.or.th หรือ facebook.com/niathailand