ธพว.ออก 2 มาตรการด่วนอุ้มเอสเอ็มอีประสบภัยพายุฮีโกส พักชำระหนี้ 6 เดือน คู่เติมทุนดอกเบี้ยพิเศษ ช่วยฟื้นฟูธุรกิจ

ธพว.พร้อมช่วยเหลือเคียงข้างผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ประสบอุทกภัยพายุโซนร้อนฮีโกส ออก 2 มาตรการเร่งด่วน ให้สิทธิพักชำระหนี้ 6 เดือน และเติมทุนดอกเบี้ยต่ำพิเศษ นำไปใช้หมุนเวียนฟื้นฟูธุรกิจ

ธพว.ออก 2 มาตรการด่วนอุ้มเอสเอ็มอีประสบภัยพายุฮีโกส พักชำระหนี้ 6 เดือน คู่เติมทุนดอกเบี้ยพิเศษ ช่วยฟื้นฟูธุรกิจ

นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า ตามที่หลายจังหวัดของประเทศไทยโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนฮีโกส ทำให้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง มีน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลให้ผู้ประกอบธุรกิจในพื้นที่ดังกล่าว ประสบปัญหาทางตรงและทางอ้อมในด้านการประกอบอาชีพ ธนาคารมีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง จึงได้ออก 2 มาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือลูกค้าธนาคารที่จะได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในครั้งนี้ ได้แก่ ธพว.ออก 2 มาตรการด่วนอุ้มเอสเอ็มอีประสบภัยพายุฮีโกส พักชำระหนี้ 6 เดือน คู่เติมทุนดอกเบี้ยพิเศษ ช่วยฟื้นฟูธุรกิจ

1.มาตรการพักชำระหนี้ สำหรับเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term loan) พักชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน ส่วนสัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note : P/N) ออกมาตรการช่วยเหลือพักชำระดอกเบี้ยเป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน

และ 2.มาตรการสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อฟื้นฟูกิจการ เพื่อให้ลูกค้าธนาคารที่ได้รับความเสียหาย มีเงินทุน นำไปฟื้นฟูและหมุนเวียนในกิจการ ซึ่งมีระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้น (Grace Period) ไม่เกิน 1 ปี คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4.99 ต่อปี ตลอดอายุสัญญา วงเงินสินเชื่อสูงสุดต่อราย ดังนี้ 1.ลูกหนี้ที่มีวงเงินอนุมัติรวมไม่เกิน 1 ล้านบาท ให้วงเงินกู้ไม่เกิน 5 แสนบาท 2.ลูกหนี้ที่มีวงเงินอนุมัติรวมมากกว่า 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ให้กู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท และ3.ลูกหนี้ที่มีวงเงินอนุมัติมากกว่า 5 ล้านบาท ให้กู้สูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท ทั้งนี้รวมวงเงินเดิมแล้วไม่เกิน 15 ล้านบาท ส่วนหลักประกันให้พิจารณาหลักประกันเดิมก่อน และสามารถใช้หลักประกัน บสย. ค้ำประกัน เฉพาะมาตรการที่เพิ่มไม่เกิน 2 ล้านบาท

ทั้งนี้ ธพว. กำหนดพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยเป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และดินสไลด์ 15 จังหวัด ได้แก่ น่าน, เชียงใหม่, แพร่, อุตรดิตถ์, ลำพูน, ลำปาง, เลย, หนองบัวลำภู, แม่ฮ่องสอน, พะเยา, อุดรธานี, สุโขทัย, เชียงราย, นครพนม และตาก และจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย 8 จังหวัด ได้แก่ อำนาจเจริญ, สุรินทร์, สุราษฎร์ธานี, พังงา, ระนอง, นครศรีธรรมราช, ชุมพร และภูเก็ต

นอกจากนั้น สำหรับเอสเอ็มอีที่ต้องการเงินทุนเพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจหลังภัยพิบัติผ่านไปแล้ว ธนาคารได้เตรียมสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษไว้รองรับ สำหรับใช้ลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ และหมุนเวียน เช่น สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน (Local Economy Loan) คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ บุคคลธรรมดา ปีที่ 1-3 เพียง 4.875% ต่อปี และนิติบุคคล จะมีอัตราดอกเบี้ยถูกลงไปอีก ปีที่ 1-3 เพียง 2.875% ต่อปี และ สินเชื่อรายเล็ก Extra Cash อัตราดอกเบี้ยต่ำ 2 ปีแรก 3% ต่อปี และปีที่ 3-5 คิดอัตราดอกเบี้ย MLR+1% ต่อปี ผ่อนชำระนานสูงสุด 5 ปี วงเงินกู้สูงสุด 3 ล้านบาทต่อราย ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน เป็นต้น

สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการรับบริการ ติดต่อได้ที่สาขาของ ธพว. ทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1357


ข่าวธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย+ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางวันนี้

SME D Bank ลุยโครงการเติมความรู้บัญชีภาษี ปูทางพาเอสเอ็มอีถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำเพียง 3%ต่อปี

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า SME D Bank เดินหน้าภารกิจธนาคารเพื่อการพัฒนา จับมือกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมสรรพากร สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และบริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม "Nex Gen Commerce" จัดโครงการ "ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ความยั่งยืน" เดินสาย Road Show ในรูปแบบ One Stop Service

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่... SME D Bank รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ องค์กรโดดเด่นขับเคลื่อนเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ความยั่งยืน — ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ห...