BEAUTY เผยผลประกอบการไตรมาส 4/63 พลิกมีกำไรทางบัญชีสุทธิ ขับเคลื่อน8.9 ล้านบาทหรือมีกำไรจากผลการดำเนินงาน 4.ขับเคลื่อน ล้านบาท โต ขับเคลื่อนขับเคลื่อน8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/63 ขณะที่งบปี 63 รายได้รวม 786.8 ล้านบาท ขาดทุนทางบัญชีสุทธิ ขับเคลื่อนผลประกอบการไตรมาส4.9 ล้านบาทหรือมีขาดทุนจากผลการดำเนินงาน 48.8 ล้านบาท ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-ขับเคลื่อน9 เผยควบคุมค่าใช้จ่ายการขายและบริหารลดลง 39.7% ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง กระแสเงินสดมีสภาพคล่อง มั่นใจปีนี้เทิร์นอะราวด์ ชู 3 กลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจ Re-structure / Re-new / Re-model
นายแพทย์สุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) (BEAUTY) ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายปลีกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและบำรุงผิวภายใต้แนวคิด Live a Beautiful Life เปิดเผยว่าผลประกอบการปี 2563 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 786.8 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มีรายได้รวม 2,020.8 ล้านบาท ขาดทุนทางบัญชีสุทธิ 104.9 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่าย 80.9 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างธุรกิจซึ่งเป็นการจ่ายครั้งเดียวที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ (Non-routine expenses) และ 24.7 ล้านบาทเป็นการรับรู้ผลประโยชน์ทางภาษีจากผลขาดทุนตามแนวทางปฏิบัติสำหรับภาษีเงินได้มาตรฐานบัญชีฉบับที่ 12 ดังนั้นบริษัทมีผลประกอบการจากการดำเนินงานในปี 2563 ขาดทุนอยู่ที่ 48.8 ล้านบาท โดยลดลงจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 232.6 ล้านบาท
ผลประกอบการไตรมาส 4/63 ปรับตัวดีขึ้นเนื่องจากการปรับกลยุทธ์แนวทางบริหารจัดการเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ ควบคุมต้นทุนการดำเนินงานและลดค่าใช้จ่ายในการบริหาร รวมถึงลดขนาดองค์กรให้เหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจ โดยในไตรมาส 4/63 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 194.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6 ล้านบาท หรือ 0.3% จากไตรมาสก่อนที่มีรายได้รวม 193.5 ล้านบาท และมีกำไรทางบัญชีสุทธิ 18.9 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่าย 9.9 ล้านบาทเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างธุรกิจซึ่งเป็นการจ่ายครั้งเดียวที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ(Non-routine expenses) และ 24.7 ล้านบาทเป็นการรับรู้ผลประโยชน์ทางภาษีจากผลขาดทุนตามแนวทางปฏิบัติสำหรับภาษีเงินได้มาตรฐานบัญชีฉบับที่ 12 ดังนั้นบริษัทมีผลประกอบการจากการดำเนินงานในไตรมาส 4/63 กำไรอยู่ที่ 4.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไร 2.1 % โดยเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่มีขาดทุนสุทธิ 22.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 118% จากไตรมาสก่อน
ทั้งนี้ในปี 2563 บริษัทได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดเริ่มต้นในประเทศจีนและแพร่กระจายไปประเทศอื่นทั่วโลกส่งผลให้เกิดชะลอตัวเศรษฐกิจ จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ประกอบกับกำลังซื้อผู้บริโภคอ่อนตัวลง และบริษัทต้องปิดดำเนินการร้านค้าปลีกเกือบ 300 สาขาทั่วประเทศตามประกาศมาตรการปิดห้างสรรพสินค้าและปิดประเทศ ซึ่งส่งผลต่อยอดขายภาพรวมของบริษัทอย่างมีนัยยะสำคัญ จากสถานการณ์ดังกล่าวบริษัทเล็งเห็นผลกระทบในระยะยาวจึงมีมาตรการลดความเสี่ยงในอนาคต
โดยดำเนินการปรับโครงสร้างลดขนาดองค์กรให้มีความคล่องตัว ลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และการทำกำไรของบริษัทเพื่อรองรับการเติบโตเมื่อสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ ซึ่งจากนโยบายดังกล่าวส่งผลให้ปี 2563 บริษัทลดค่าใช้จ่ายโดยรวมลงอย่างมีประสิทธิภาพและมีนัยยะสำคัญ คือลดค่าใช้จ่ายภาพรวมของบริษัทลง 39.7% จาก 564.4 ล้านบาท ลดลง 371.5 ล้านบาทจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 935.9 ล้านบาท โดยมีจำนวน 80.9 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างธุรกิจซึ่งเป็นการจ่ายครั้งเดียวที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ (Non-routine expenses) อาทิ ค่าใช้จ่ายจากการตัดจำหน่ายและด้อยค่าสินทรัพย์ของสาขาตามแนวทางการปิดสาขาที่ไม่มีศักยภาพในการทำกำไร และได้รับผลกระทบจากนโยบายปิดศูนย์การค้าต่างๆ ตามประกาศของรัฐบาลจากสถานการณ์โควิด-19 ค่าชดเชยจากปรับฐานกำลังคนและลดค่าใช้จ่ายของบุคคลากรที่เกิดจากโครงการสมัครใจลาออก ค่าใช้จ่ายอื่นที่เกิดขึ้นตามสถานการณ์
สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2564 บริษัทวางเป้าหมายผลประกอบการกลับมาทำกำไร มีฐานะทางการเงินและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง พร้อมพัฒนาธุรกิจให้มีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น ตั้งเป้าการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ( Conservative Growth ) ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลายและมีความไม่แน่นอนสูง โดยตั้งเป้ารายได้รวมเติบโตประมาณ 5% และรักษาอัตรากำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 5% โดยบริษัทได้กำหนด 3 กลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ ประกอบด้วย
"วิกฤตโควิด-19 และวิกฤตทางเศรษฐกิจที่ BEAUTY กำลังเผชิญอยู่นี้ ถึงแม้ว่าจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อผลประกอบการของบริษัททั้งรายได้และกำไร แต่จากการที่บริษัทสามารถปรับโครงสร้าง ลดค่าใช้จ่ายต่างๆลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ในส่วนของรายได้มีการปรับกลยุทธ์ในด้านต่างๆอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสร้างช่องทางการจำหน่ายใหม่ๆ
ทำให้สินค้า BEAUTY ยังคงได้รับความนิยมและเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในประเทศ ส่วนตลาดต่างประเทศยังคงได้รับคำสั่งซื้อสินค้าจากตัวแทนจำหน่ายในประเทศจีน เอเซียและประเทศอื่นๆอย่างต่อเนื่องถือเป็นสัญญาณที่ดีในการขยายตัวและเจริญเติบโตหลังสถานการณ์วิกฤตคลี่คลายลง "นายแพทย์สุวิน กล่าว
ทีเอ็มบีธนชาต รายงานกำไรสุทธิ 5,096 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2568 หนุนโดยการบริหารจัดการด้านต้นทุน ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังคงเป็นไปตามเป้าหมาย หนี้เสียอยู่ในระดับต่ำที่ 2.75% เป็นผลจากการเติบโตสินเชื่ออย่างมีคุณภาพ การบริหารหนี้เสียเชิงรุก รวมถึงการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดและสนับสนุนการแก้หนี้อย่างยั่งยืนผ่านโครงการคุณสู้ เราช่วย ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ทีเอ็มบีธนชาต (ทีทีบี) แจ้งผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2568 โดยธนาคารและบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิที่ 5,096 ล้านบาทในไตรมาสแรก หนุน
กลุ่มทิสโก้ แจ้งผลประกอบการไตรมาส 1/2568 กำไรสุทธิ 1,643 ล้านบาท ลดลง 5.2%
—
กลุ่มทิสโก้ เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2568 กำไรสุทธิ 1,643 ล้านบาท ลดลง 5.2% จาก...
BC แรงต่อ! ยอดจองโรงแรมต้นปีเด่น - คาดปิดการขายโครงการ Summer Point Q1/68 เตรียมจ่ายปันผล 0.052 บาท/หุ้น 27 พ.ค. นี้!
—
"บูทิค คอร์ปอเรชั่น (BC)" เปิดเผยผ...
TEKA ร่วมนำเสนอข้อมูลในงาน Opp Day ตั้งเป้ารายได้ปี 68 โต 10%
—
นายสุพล จงจินตรักษา ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท ฑีฆาก่อสร้าง จำกัด (มหาชน) หรือ ...
L&E นำเสนอข้อมูลผลประกอบการไตรมาส 4/67 พร้อมเปิดแผนธุรกิจปี 68 ในงาน Opportunity day ตั้งเป้าโต 15-20%
—
นายอนันต์ กิตติวิทยากุล (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้า...
ยูบิลลี่ ไดมอนด์ เปิดกลยุทธ์ปี 2568 ปักหมุดเติบโตต่อเนื่อง ตอกย้ำความแข็งแกร่ง ยืนหนึ่งผู้นำธุรกิจเครื่องประดับเพชรของเมืองไทย
—
บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์...
AnyMind Group เปิดผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2567 และทั้งปี พร้อมคาดการณ์ผลประกอบการปี 2025
—
บริษัทฯ เปิดเผยผลประกอบการที่เหนือกว่าคาดการณ์สำหรับปีงบประมาณ 2...
ROCTEC ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2567/68 เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง พร้อมการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ขาย Hello Bangkok เสริมสร้างศักยภาพการเติบโตในธุรกิจ ICT
—
นายเว่ย แซม...
ไทยเครดิตรายงานผลประกอบการปี 2567 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3,624.0 ล้านบาท
—
ไทยเครดิตแสดงถึงความแข็งแกร่งอีกครั้ง ด้วยผลกำไรสุทธิในไตรมาส 4 ปี 25...