จีแคปฯ ตั้งธงภาคเกษตรยังเป็นลูกค้าหลัก เพราะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นธุรกิจที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ เน้นบริการสินเชื่อเครื่องจักรกลการเกษตร นวัตกรรมใหม่ๆ ลุยขยายพอร์ตสินเชื่อ และเปิดโอกาสศึกษาหาธุรกิจใหม่ สร้างสมดุลของโครงสร้างรายได้ระยะยาว
นายอนุวัตร โกศล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ GCAP เปิดเผยถึงแผนธุรกิจของบริษัทฯ ว่า GCAP ยังคงมุ่งเน้นที่กลุ่มเกษตรกรเป็นลูกค้าหลัก เนื่องจากภาคการเกษตรของไทยเป็นตัวขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ และเป็นธุรกิจที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญและทำได้ดีมาโดยตลอด รวมถึงเข้าใจความต้องการของลูกค้ากลุ่มเกษตรกรเป็นอย่างดีปีนี้ตั้งเป้าสินเชื่อใหม่เติบโตเพิ่มขึ้น 20% จากปี 2564 โดยสัดส่วนสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อเงินกู้คิดเป็น 90% และ 10% ตามลำดับ
"ปีนี้ GCAP ตั้งเป้าขยายธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อภาคการเกษตร ให้ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยเน้นบริการสินเชื่อที่ครอบคลุมเครื่องจักรกลการเกษตรหลากหลายประเภท โดยเฉพาะนวัตกรรมเครื่องจักรการเกษตรใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพ ที่จะเข้ามายกระดับคุณภาพและผลผลิตสินค้าเกษตรของประเทศไทย" นายอนุวัตร กล่าว
ในขณะเดียวกัน GCAP ไม่หยุดนิ่งที่จะหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มเติม ปัจจุบันได้ศึกษาการสร้างรายได้ในด้านอื่นๆ เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างสมดุลของโครงสร้างรายได้ให้มากขึ้น รวมถึงการสร้างรายได้จากบริการอื่นๆ จากฐานลูกค้าปัจจุบัน และการเปิดรับพันธมิตรใหม่ที่สนใจจะเข้าร่วมทำธุรกิจในรูปแบบต่างๆ นอกเหนือจากธุรกิจให้บริการสินเชื่อ
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ของ GCAP ขาดทุนสุทธิ 15.13 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามแนวทางการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (มาตรการแก้หนี้อย่างยั่งยืน) ตามประกาศฉบับใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งต้องมีการพิจารณาวิเคราะห์เพิ่มเติมรายสัญญาถึงความสามารถในการชำระหนี้, พฤติกรรมในการชำระหนี้ และงวดค้างชำระของลูกหนี้ ทำให้มีการจัดชั้นลูกหนี้ตามมาตรฐานใหม่ ส่งผลให้บริษัทฯ ต้องมีการตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตของสินเชื่อเช่าซื้อและเงินกู้เพิ่มขึ้น 28.06 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มีรายได้อยู่ที่ 58.08 ล้านบาท ลดลง 7.68 ล้านบาท หรือ 11.68% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2564 ที่มีรายได้รวม 65.76 ล้านบาท และมีต้นทุนทางการเงินลดลง 9.91 ล้านบาทหรือ 29.45% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 10.77 ล้านบาทหรือ 30.05%"
OR ผนึกกำลังกับ 10 กระทรวงและผู้ประกอบการชุมชนกว่า 487 ราย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ "พลิกโฉม OTOP ไทยสู่โลกออนไลน์และ Modern Trade" ขยายช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์ OTOP ผ่าน โครงการ "ไทยเด็ด" ในเครือข่ายสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น และคาเฟ่ อเมซอน ทั่วประเทศ ตั้งเป้าสร้างรายได้ให้ชุมชน 200 ล้านบาทในปี 2568 พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากไทยสู่การค้าสมัยใหม่อย่างยั่งยืน นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ "พลิกโฉม OTOP ไทยสู่
เศรษฐา-ร่วมเจรจาบริษัทชั้นนำฝรั่งเศส ดึงโอกาสลงทุน-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
—
เมื่อเร็วๆ นี้ คณะที่ปรึกษาด้านการค้าต่างประเทศของฝรั่งเศสในประเทศไทย (French F...
มหาวิทยาลัยการจัดการสิงคโปร์ (SMU) ผนึกกำลังจุฬาฯ และมช. หนุนสตาร์ทอัพและธุรกิจด้านเทคโนโลยีของไทยขยายสู่ตลาดอาเซียน
—
พร้อมสนับสนุนให้ผู้หญิงก้าวเป็นผู้น...
TFM โชว์วิชั่นผู้นำอาหารสัตว์น้ำ เดินหน้ากลยุทธ์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เร่งพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารสัตว์น้ำ
—
TFM โชว์วิชั่นผู้นำอาหารสัตว์น้ำ เดินหน้ากลยุทธ์ขับเ...
อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย พร้อมจัด 15 งานใหญ่ ตั้งเป้ารายได้ 1,600 ล้านบาท ขึ้นเบอร์หนึ่งผู้จัดงานแสดงสินค้าในอาเซียน
—
อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไท...
พาราไดซ์ พาร์ค ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข จัดงาน Oriental Wellness สุขภาพดี วิถีตะวันออก
—
พาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกา...