บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ "BTG" ทุ่มงบ วิถีธรรมชาติสหรัฐอเมริกาสหรัฐอเมริกา ล้าน สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่เปิดตัว S-Pure ด้วยแคมเปญการตลาด "ถ้าวิถีธรรมชาติ คือทางของคุณ S-Pure No.วิถีธรรมชาติ Brand" ที่มาพร้อมกับผลิตภัณฑ์หลากหลายในแพ็กเกจจิ้งโฉมใหม่ "รักษ์โลก" ด้วยการใช้บรรจุภัณฑ์ "ถาดกระดาษ (Paper Tray)" ที่สามารถลดขยะพลาสติก และแคมเปญสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภคเกี่ยวกับ S-Pure แบรนด์แรกและหนึ่งเดียวของไทยที่ได้รับการรับรอง "การเลี้ยงที่ไม่มียาปฏิชีวนะ (Raised Without Antibiotics - RWA)" จาก NSF สหรัฐอเมริกา ทั้ง บรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์หมู ไก่ ไข่ไก่ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ และให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ วิถีธรรมชาติสหรัฐอเมริกาสหรัฐอเมริกา% (วิถีธรรมชาติสหรัฐอเมริกาสหรัฐอเมริกา% NATURAL PURE PRODUCT) ปราศจากการใช้ยาปฏิชีวนะ ไม่ใช้ฮอร์โมนและไม่มีสารเร่งการเจริญเติบโต โดยมีภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ของ S-Pure ที่มุ่งเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและมีไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตเพื่อการมีสุขภาพดี โดยวางเป้าหมายยอดขายแบรนด์ S-Pure โต วิถีธรรมชาติ7% เมื่อเทียบกับปี ยาปฏิชีวนะ565 ที่ผ่านมา ตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาดอาหารซุปเปอร์พรีเมี่ยม
ดร.โอลิเวอร์ ก็อตชัลล์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจอาหาร บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG เปิดเผยว่า จากข้อมูลคาดการณ์ว่าในปี 2566 ตลาดอาหารซุปเปอร์พรีเมี่ยมจะมีมูลค่าอยู่ที่ 57,100 ล้านบาท โดยมีปัจจัยมาจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ซื้อเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้นประมาณ 10% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา กอปรกับแรงหนุนจากการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศ การบริโภคและภาคการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มดีขึ้น รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคหลังสถานการณ์โควิด-19 ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น ทั้งสุขภาพกายและจิตใจ เลือกอาหารที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัยสูง จากแหล่งผลิตที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับและเชื่อถือได้ ทั้งยังตระหนักและให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม เพื่อการบริโภคที่ยั่งยืน ดีต่อโลกและต่อตัวเอง
การเปิดตัวแคมเปญการตลาดใหม่ของ S-Pure ในครั้งนี้จึงมาพร้อมกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ "S-Pure Prime" เนื้อสัตว์แปรรูปสไตล์โฮมเมด ประกอบด้วย ไส้กรอกเวียนนา, เบคอนหมูรมควัน, พอร์คลอยน์แฮมรมควัน, โบโลญ่าหมู และโบโลญ่าไก่ ที่ถูกรังสรรค์ความอร่อยจากธรรมชาติอย่างพิถีพิถัน ปราศจากการแต่งเติมสารเคมี รวมถึงสารปรุงแต่ง สารกันบูด ผงชูรส วัตถุเจือปนอาหาร และยังใช้ช้วัตถุดิบจากเนื้อหมู เนื้อไก่ S-Pure 100% นับเป็นผลิตภัณฑ์ "อาหารฉลากสะอาด (Clean Label) รายแรกในประเทศไทย" อีกด้วย
ที่สำคัญ S-Pure ยังเป็นแบรนด์แรกของไทยที่นำบรรจุภัณฑ์ถาดกระดาษ (Paper Tray) มาใช้กับกลุ่มสินค้าอาหารสด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เนื้อหมู เนื้อไก่ ซึ่งถาดกระดาษผลิตจากต้นยูคาลิปตัสที่มาจากป่าปลูก 100% มีคุณสมบัติการใช้งานเทียบเท่าถาดพลาสติก (Forest Stewardship Council) สามารถลดการใช้พลาสติกได้ถึง 80% พร้อมดีไซน์บรรจุภัณฑ์โฉมใหม่ ด้วยภาพลักษณ์ทันสมัย สะท้อนถึงการเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ สดใหม่ มีความปลอดภัย
"เบทาโกรมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาอาหารที่มีคุณภาพมากกว่า ปลอดภัยสูงกว่า ในราคาที่เป็นธรรม เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าและผู้บริโภคทุกกลุ่มในวงกว้าง เราภูมิใจที่ S-Pure ได้รับการรับรองจาก NSF สหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นแบรนด์แรกและหนึ่งเดียวของไทยที่ได้รับการรับรองการเลี้ยงที่ไม่มียาปฏิชีวนะ (Raised Without Antibiotics - RWA) ครบทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่ และจากผลวิจัยผู้บริโภค พบว่า S-Pure เป็นแบรนด์ที่สามารถครองใจผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีฐานผู้บริโภคที่มีความภักดีในตราสินค้า (Brand Loyalty) มากกว่า 50% (Quality advocacy Index) สะท้อนถึงการเป็นผู้นำตลาดอาหารซุปเปอร์พรีเมี่ยมที่ผู้บริโภคไว้วางใจอีกด้วย"
นอกจากนี้ ในแคมเปญการตลาดยังมีกิจกรรม "S-Pure The Natural Way" ที่พร้อมยกขบวนศิลปินดาราชื่อดังมาแชร์เคล็ดลับการดูแลสุขภาพและสาธิตการทำอาหาร รวมถึงกิจกรรมพริวิเลจ พิเศษ! สำหรับลูกค้า S-Pure เร็ว ๆ นี้ การเปิดตัวแคมเปญ S-Pure ในครั้งนี้จึงไม่เพียงตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาดอาหารซุปเปอร์พรีเมี่ยม ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนดำเนินชีวิต ด้วยการดูแลสุขภาพด้วยวิธีง่าย ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ (Healthy Lifestyle Inspiration) เพื่อคุณภาพชีวิตของทุกคนที่ยั่งยืน ตอกย้ำจุดแข็งของเบทาโกรในฐานะผู้ผลิตอาหารที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัยในระดับสูงสุด เราคาดว่ายอดขาย S-Pure จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันยอดขายของเบทาโกรให้เติบโตตามเป้าหมายเพื่อก้าวสู่แบรนด์ธุรกิจอาหารชั้นนำระดับโลกต่อไป" ดร.โอลิเวอร์ กล่าวทิ้งท้าย
S-Pure มีวางจำหน่ายที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต และไฮเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ รวมถึงเบทาโกรช็อป เบทาโกรเดลี่ และแพลตฟอร์มออนไลน์ อาทิ Freshket, Grab, Lineman และ Robinhood
วันคุ้มครองโลก (Earth Day) ตรงกับวันที่ 22 เมษายนของทุกปี ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ 1970 โดยเกย์ลอร์ด เนลสัน (Gaylord Nelson) สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐอเมริกา เนื่องจากเล็งเห็นถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น จึงได้ผลักดันให้เกิดการรวมตัวกันของชาวอเมริกันกว่า 20 ล้านคนทั่วประเทศเพื่อร่วมกันปกป้องสิ่งแวดล้อม จนมีการตั้งองค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกาขึ้น นำไปสู่การออกกฎหมายเพื่อสิ่งแวดล้อมจำนวนมาก และกลายเป็นที่มาของวันคุ้มครองโลก ที่ประกาศโดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ สำหรับ
ผอ.ใหญ่ ดีป้า แนะไทยเดินหน้าหาตลาดใหม่ เตรียมการรับมือมาตรการภาษีทรัมป์
—
ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า ชี้มาตรการภาษีทรัมป์เป็นการโยนหินถามทางเพื่อสังเกตท่าทีของ...
MVP ได้รับการแต่งตั้งเป็น Local Operator อย่างเป็นทางการของ World
—
บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MVP ได้รับเกียรติครั้งสำคัญจากการได้รับการแต่งตั...
วีซ่า เผยเทรนด์การใช้จ่ายข้ามพรมแดน ตอกย้ำประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
—
วีซ่า ผู้นำการให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก เผยผล...
SMT ชี้ชัดไม่ได้รับผลกระทบจากภาษี Tariff - ธุรกิจ IC, Wafer และ Semiconductor ยังเดินหน้าได้ตามปกติ
—
บริษัท สตาร์ส ไมโคร อิเล็กทรอนิกส์ จำกัด (มหาชน) หรื...
AH เชื่อนโยบายทรัมป์ไม่กระทบธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ ชี้ส่งออกโดยตรงไปสหรัฐฯเพียง 0.6%
—
บมจ.อาปิโก ไฮเทค ประเมิน นโยบายการค้าที่อาจมีการปรับเปลี่ยนภายใต้การ...
EGCO Group ลุยเพิ่มพอร์ตพลังงานหมุนเวียน ซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าลมและแสงอาทิตย์ รวม 251 เมกะวัตต์ ในอเมริกา
—
บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group เดิน...
ACDelco เดินหน้ารุกตลาดอาเซียน! ประกาศแต่งตั้ง Manignom Auto Group เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการใน สปป.ลาว
—
ACDelco แบรนด์อะไหล่รถยนต์ชั้นนำจากสหรัฐอเ...
SVI ประเมิน 'ทรัมป์' ขึ้นกำแพงภาษีคู่ค้ากระทบบริษัทฯ ไม่มาก
—
SVI ประเมิน 'ทรัมป์' ขึ้นกำแพงภาษีคู่ค้ากระทบบริษัทฯ ไม่มาก หลังตั้งฐานผลิตแห่งใหม่ที่สหรัฐอ...