PwC ประเทศไทย แนะธุรกิจเตรียมรับมือผลกระทบจากมาตรฐานบัญชีฉบับใหม่ การนำ GenAI มาใช้กับฝ่ายการเงิน และการจัดทำรายงานความยั่งยืนและกิจกรรมสีเขียว

PwC ประเทศไทย แนะธุรกิจเร่งศึกษาข้อมูลการเปลี่ยนแปลงและประเมินผลกระทบจากมาตรฐานการบัญชีฉบับใหม่ IFRS ความยั่งยืน8 และ IFRS ความยั่งยืน9 การนำ GenAI มาใช้กับฝ่ายการเงินขององค์กร รวมถึงการจัดทำรายงานความยั่งยืนและกิจกรรมสีเขียวที่อาจส่งผลต่อรายงานทางการเงิน หลังธุรกิจไทยเผชิญกับความท้าทายหลากหลายด้าน ซึ่งหากผู้บริหารขาดแนวทางในการรับมือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพก็อาจทำให้การดำเนินธุรกิจไม่เป็นไปตามแผนการที่กำหนดไว้ และไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ทุกกลุ่ม

PwC ประเทศไทย แนะธุรกิจเตรียมรับมือผลกระทบจากมาตรฐานบัญชีฉบับใหม่ การนำ GenAI มาใช้กับฝ่ายการเงิน และการจัดทำรายงานความยั่งยืนและกิจกรรมสีเขียว

นาย บุญเลิศ กมลชนกกุล หัวหน้าสายงานตรวจสอบบัญชี บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าว ณ งานสัมมนา "Corporate Reporting Forum" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานสัมมนาประจำปี PwC Thailand's Symposium 2024: Beyond boundaries: Shaping tomorrow's innovations" ว่า ปัจจุบันธุรกิจไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายจากเมกะเทรนด์ของโลก ซึ่งประกอบไปด้วย ความ ก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ รวมไปถึงกฎระเบียบและข้อบังคับต่าง ๆ ที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนสร้างแรงกดดันในการประกอบธุรกิจให้กับผู้บริหารที่ต้องคอยติดตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สามารถระบุถึงโอกาสและความเสี่ยงจากประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใหม่ และบริหารงานเชิงรุกเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน

"อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้และเป็นสิ่งผู้บริหารไทยจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่ออัปเดตข้อมูลและวางแผนรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นก็คือ มาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศฉบับใหม่อย่าง มาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศฉบับที่ 18 และฉบับที่ 19 หรือ IFRS 18 และ IFRS 19 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้สำหรับงบการเงินที่มีระยะเวลาการรายงานประจำปีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม ปี 2570" นาย บุญเลิศ กล่าว

ประเมินผลกระทบจากมาตรฐานบัญชีฉบับใหม่ IFRS 18 และ IFRS 19

ทั้งนี้ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา คณะกรรมการมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศ (International Accounting Standards Board: IASB) ได้ออกมาตรฐานฉบับใหม่สองฉบับ ซึ่งประกอบไปด้วย มาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศฉบับที่ 18 เรื่อง การแสดงรายการและการเปิดเผยงบการเงิน (IFRS 18: Presentation and Disclosure in Financial Statements) และมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศฉบับที่ 19 เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลของบริษัทย่อยที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียสาธารณะ (IFRS 19: Subsidiaries without Public Accountability: Disclosures) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้สำหรับงบการเงินที่มีระยะเวลาการรายงานประจำปีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2570 โดยผลกระทบจากมาตรฐานบัญชีฉบับใหม่ทั้งสองฉบับนี้ มีดังต่อไปนี้

  1. มาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศฉบับที่ 18 เรื่อง การแสดงรายการและการเปิดเผยงบการเงิน (IFRS 18: Presentation and Disclosure in Financial Statements) เมื่อถูกนำมาใช้จะส่งผลให้มีการเปลี่ยนรูปแบบการแสดงงบกำไรขาดทุน โดยแบ่งเป็นห้าหมวดหมู่ ได้แก่ การดำเนินงาน การลงทุน การจัดหาเงิน ภาษีเงินได้ และการดำเนิน งานที่ยกเลิก รวมถึงให้เปิดเผยวิธีการคำนวณและการกระทบยอดระหว่างตัวเลขการวัดผลการดำเนินงานที่ฝ่ายจัดการกำหนดขึ้นมากับตัวเลขที่ใกล้เคียงที่สุดของการวัดผลนั้นที่แสดงอยู่ในงบการเงินว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งจะส่งผลให้งบการเงินมีความสามารถในการเปรียบเทียบระหว่างกิจการต่าง ๆ และระหว่างกิจการเดียวกันสำหรับงวดที่แตกต่างกันทำได้ดีขึ้นและเพิ่มความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น (transparency) ในกรณีที่ฝ่ายจัดการมีการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะเกี่ยวกับกำไรขาดทุนที่แตกต่างไปจากงบการเงิน
  2. มาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศฉบับที่ 19 เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลของบริษัทย่อยที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียสาธารณะ (IFRS 19: Subsidiaries without Public Accountability: Disclosures) โดยให้ทางเลือกบริษัทย่อยจัดทำงบการเงินและเปิดเผยข้อมูลลดลงอย่างเป็นสาระสำคัญ เมื่อเทียบกับการเปิดเผยข้อมูลตามข้อกำหนดของมาตรฐานการรายงานทางการเงินปัจจุบัน ทั้งนี้ มาตรฐานฉบับใหม่นี้จะเพิ่มทางเลือกให้แก่บริษัทย่อยซึ่งปัจจุบันจัดทำงบการเงินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียสาธารณะ (Thai Financial Reporting Standards for Non-Publicly Accountable Entities: TFRS for NPAEs) โดยสามารถยกระดับเรื่องการวัดมูลค่าโดยเปลี่ยนมาจัดทำงบการเงินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินและสามารถลดภาระเรื่องการเปิดเผยข้อมูล

นาย บุญเลิศ กล่าวว่า สำหรับมาตรฐานการรายงานทางการเงินไทยนั้นน่าจะมีการปรับปรุงแก้ไขตาม IFRS 18 และ IFRS 19 และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้สำหรับงบการเงินที่มีระยะเวลาการรายงานประจำปีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2571 ซึ่งการเปลี่ยน แปลงของมาตรฐานนี้จะให้ทางเลือกแก่บริษัทมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการจัดทำงบการเงินของบริษัทย่อยในกลุ่มกิจการ ดังนั้นผู้บริหารต้องพิจารณาว่าจะเลือกจัดทำงบการเงินตามมาตรฐาน TFRS for NPAE หรือ IFRS 19 เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่กลุ่มกิจการ นอกจากนี้ ผู้ใช้งบการเงินจะได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องและตรงประเด็นมากขึ้น รวมถึงสามารถวิเคราะห์เปรียบเทียบกับงบการเงินของกิจการอื่นได้ดียิ่งขึ้น

องค์กรไทยใช้ GenAI เพิ่มประสิทธิภาพงานด้านบัญชีและการเงิน

ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (generative AI: GenAI) ถูกนำมาใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ องค์กรไทยหลายแห่งมีการนำ GenAI มาใช้งานในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนำ GenAI มาใช้กับงานด้านบัญชีและการเงินขององค์กรที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจาก AI ไม่เพียงแต่ช่วยจัดการและประมวลผลข้อมูลของเอกสารทางการเงินต่าง ๆ เท่านั้น แต่ยังช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินเชิงคาดการณ์และการวิเคราะห์เชิงแนะนำ ซึ่งช่วยให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (Chief Financial Officer: CFO) สามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจและวางแผนทางการเงินเชิงกลยุทธ์ให้กับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ GenAI สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการดำเนินงาน เช่น ในต่างประเทศมีการใช้ GenAI ช่วยนักลงทุนสัมพันธ์ในการเปรียบเทียบข้อมูลในกลุ่มอุตสาหกรรมและร่างคำตอบให้แก่นักลงทุน การค้นคว้าข้อมูลการควบรวมธุรกิจที่เกิดขึ้นและการสร้างโมเดล รวมถึงการประเมินมูลค่าธุรกิจในการรวมธุรกิจเพื่อเป็นทางเลือกแก่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ เป็นต้น

"ผู้นำธุรกิจจะเปลี่ยนผ่านองค์กรในการนำ GenAI เข้ามาใช้งานภายในองค์กรนั้นควรเริ่มจากการจัดทำแผนการใช้ AI ให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจ จากนั้นประเมินถึงผลกระทบและการควบคุมความเสี่ยงในการจัดการข้อมูล ธุรกิจควรทดลองใช้งาน GenAI โดยสร้างกรณีการใช้งานเพื่อเพิ่มความตระหนักรู้ รวมทั้งเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เห็นถึงประโยชน์ของการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้งาน แต่ในขณะเดียวกัน ผู้นำธุรกิจก็ต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและมีกรอบกำกับดูแลการใช้งาน AI อย่างรับผิดชอบเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความโปร่งใส" นาย บุญเลิศ กล่าว

สำรวจแผนการด้าน ESG ขององค์กรว่าส่งผลกระทบต่อการรายงานทางการเงินหรือไม่

นาย บุญเลิศ กล่าวว่า ปัจจุบันภาครัฐและหน่วยงานกำกับในหลาย ๆ ประเทศได้ออกนโยบายหรือกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) เพิ่มมากขึ้น ซึ่งแม้ในประเทศไทยจะยังไม่มีกฎระเบียบข้อบังคับในเรื่องนี้อย่างเต็มรูปแบบเหมือนสหภาพยุโรป แต่มีการบังคับบริษัทจดทะเบียนให้เปิดเผยข้อมูลด้าน ESG ควบคู่ไปกับงบการเงินในรูปแบบ One Report และมีแนวโน้มว่าการเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกจะทวีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้ธุรกิจไทยหลายแห่งเริ่มศึกษาและนำแนวปฏิบัติด้าน ESG มาปรับใช้กับองค์กรอย่างแพร่หลายเพื่อขับเคลื่อนการสร้างมูลค่าในระยะยาวและรองรับกับกฎระเบียบที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น รวมไปถึงการจัดทำรายงานความยั่งยืนที่มีความโปร่งใสและเชื่อถือได้ ด้วยเหตุนี้ CFO จึงมีบทบาทสำคัญในการวางกลยุทธ์ทางการเงิน การจัดหาแหล่งเงินทุน พร้อมกับเสนอทางเลือกต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับแนวทาง ESG ขององค์กร รวมทั้งรวบรวมข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงิน เพื่อให้แน่ใจว่ามีความโปร่งใสในการจัดทำรายงานความยั่งยืน ติดตามผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง และสื่อสารกลยุทธ์และแผนงานด้าน ESG ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มได้รับทราบ

ทั้งนี้ หนึ่งในแนวทางระดมทุนที่สอดคล้องกับแนวทาง ESG และกำลังได้รับความสนใจอย่างยิ่งในเวลานี้ คือ การออกตราสารทางการเงินสีเขียว รวมถึงการดำเนินกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น การติดฉลากสีเขียวเพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และการใช้แหล่งพลังงานสะอาดเพื่อให้ช่วยบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งกิจกรรมสีเขียวเหล่านี้มีผลกระทบต่อแนวปฏิบัติทางบัญชี โดยเฉพาะเรื่องการจัดประเภทรายการและการวัดมูลค่ายุติธรรมของเครื่องมือทางการเงิน ด้วยเหตุนี้ CFO จึงมีหน้าที่ที่จะต้องประเมินและจัดการผลกระทบทางการรายงานทางการเงินจากตราสารทางการเงินสีเขียว เพราะตราสารเหล่านี้อาจส่งผลต่อความผันผวนของกำไรขาดทุนของกิจการ

"CFO ควรต้องสำรวจแผนการด้าน ESG ขององค์กรว่าจะส่งผลกระทบต่อการรายงานทางการเงินในมิติใดบ้าง ยกตัวอย่าง เช่น การปรับปรุงการดำเนินธุรกิจเพื่อรับมือกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งอาจส่งผลต่อความขาดแคลนของวัตถุดิบและทรัพยากรธรรมชาติและจะมีผลกระทบต่องบการเงิน เช่น การด้อยค่าของสินทรัพย์ที่มีอยู่ มูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ และความ สามารถในการเก็บหนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ ในปัจจุบันนักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของธุรกิจหันมาให้ความสนใจเรื่อง climate change มากขึ้นเห็นได้จากความต้องการรายงานความยั่งยืนของนักลงทุนต่างชาติเพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนที่เพิ่มขึ้น ผู้นำธุรกิจจึงควรยึดแนวปฏิบัติทางบัญชีที่ให้ข้อมูลที่มีความโปร่งใสเพื่อสร้างความมั่นใจในข้อมูลที่เปิดเผยในรายงานทางการเงิน รวมถึงข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงินด้วย" นายบุญเลิศ กล่าว


ข่าวดำเนินธุรกิจ+มาตรฐานบัญชีวันนี้

กูร์กูร์ ชิคเก้นท์ เติบโตสู่ปีที่ 5 ในประเทศไทย ตั้งเป้าปั้นแบรนด์สู่ใจลูกค้า ภายใต้แนวคิด "The only one in your mind"

เจ คอนเซ็พท์ ผู้ดำเนินธุรกิจร้าน กูร์กูร์ ชิคเก้นท์ [GUGU Chicken] ไก่ทอดเกาหลีชื่อดัง เติบโตอย่างรวดเร็ว ก้าวสู่ปีที่ 5 ในประเทศไทย ประกาศตอกย้ำพันธกิจ "The Only One in Your Mind" ยึดแนวคิดใส่ใจลูกค้าและสร้างความประทับใจ เดินหน้าสู่การเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจลูกค้า มั่นใจจุดแข็ง ระบบบริหารตรงจากส่วนกลางในรูปแบบ Direct Management มั่นใจ สามารถควบคุมคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าขยายครบ 40 สาขาทั่วประเทศไทย ภายในปี 2568 นายจองซอก ซู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ คอนเซ็พท์ จำกัด เปิด

บลจ.กรุงศรี เปิดตัวกองทุนใหม่ KF-EMXCN ฝ่... กรุงศรีเปิดตัวกองทุน KF-EMXCN โอกาสเติบโตไปพร้อมกับ Emerging Market — บลจ.กรุงศรี เปิดตัวกองทุนใหม่ KF-EMXCN ฝ่าความผันผวนจากสงครามการค้า ด้วยโอกาสลงทุนใน...

CHANINTR (ชนินทร์) ผู้นำด้านเฟอร์นิเจอร์ล... Chanintr Pre-Owned ธุรกิจบริการเฟอร์นิเจอร์ลักชัวรีมือสองแห่งแรกในไทย — CHANINTR (ชนินทร์) ผู้นำด้านเฟอร์นิเจอร์ลักชัวรีของประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นในแนวทาง...

นายณัฐพล ลือพร้อมชัย (กลาง) รองผู้จัดการใ... กสิกรไทย รับรางวัลโครงการด้านการเงินสีเขียวยอดเยี่ยมแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จาก The Asian Banker — นายณัฐพล ลือพร้อมชัย (กลาง) รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิ...

บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ หรือ NER ผู้นำการดำ... NER ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 (จัดประชุมในรูปแบบ Hybrid (Physical และe-AGM)) — บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ หรือ NER ผู้นำการดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย ย...

บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด ... SPRC จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 พร้อมอนุมัติจ่ายเงินปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น — บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC จัดการประ...